DSIผนึกปส.-ตชด.ตรวจยึดยาบ้า 160,000 เม็ด ซุกในกล่องหม้ออบลมร้อนและกล่องเตาอบ ส่งเป็นพัสดุจากอุดรธานีไปที่คลังบริษัทขนส่งเอกชนที่กาญจนบุรี เร่งสืบสวนขยายผล
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แจ้งว่า จากนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน และบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ต่อเนื่อง และให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น
ดีเอสไอแจ้งว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมาภายใต้การอำนวยการของร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค มอบหมายให้นายชวภณ สินพูนภักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 เจ้าหน้าที่กองคดียาเสพติด ร่วมกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (บก.ปส.4) ร่วมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 160,000 เม็ด ภายในคลังกระจายพัสดุบริษัทขนส่งเอกชนในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
รายงานข่าวแจ้งว่า การปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งพัสดุ จากอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี จึงติดตามพัสดุต้องสงสัยจำนวน 2 กล่อง และประสานพนักงานบริษัทขนส่งร่วมตรวจสอบเมื่อพัสดุเดินทางถึงปลายทาง ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนภายในกล่องหม้ออบลมร้อนและกล่องเตาอบไฟฟ้า กล่องละประมาณ 80,000 เม็ด รวมประมาณ 160,000 เม็ด โดยบรรจุหีบห่อหลายชั้นเพื่ออำพรางการตรวจพบ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลาง จัดทำบันทึกและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าม่วง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ในการสกัดกั้นและตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มุ่งตัดวงจรการค้ายาเสพติดและลดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสังคม




