News Logo
หน้าแรก
‘พลพีร์’นำทีมลุยระยองตรวจธุรกิจส่อนอมินีพบหลายแห่งเข้าข่ายจ่อเอาผิด

‘พลพีร์’นำทีมลุยระยองตรวจธุรกิจส่อนอมินีพบหลายแห่งเข้าข่ายจ่อเอาผิด

18 ต.ค. 2569 10:06
ผู้ชม 6 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมทีมกับ ‘พลพีร์ สุวรรณฉวี’รมช.มหาดไทย พร้อมจนท.กรมการปกครอง-กรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ตรวจสอบธุรกิจเสียงนอมินี พบเข้าข่ายหลายแห่ง จ่อเอาผิด

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สั่งการให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายและทีมปราบนอมินีร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นำโดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม อพาร์ทเมนต์ สถานบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงานที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

 นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกและคัดกรองข้อมูลนิติบุคคลพบว่า อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงในลักษณะนอมินี โดยตรวจข้อมูลพบ 1) นิติบุคคลที่จดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน 4 ราย จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนของนิติบุคคล ปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้

  (1.1) นิติบุคคลมีสถานะเป็นต่างด้าว 2 ราย เบื้องต้นทั้งสองรายได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบงบการเงินปีที่ผ่านมาของบริษัท พบว่าแจ้งประเภทธุรกิจขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนอกเหนือจากขอบข่ายการประกอบธุรกิจตามที่ได้รับหนังสือรับรองฯ

 (1.2) นิติบุคคลไทยมีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 50 จำนวน 2 ราย ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ซื้อ-ขาย อุปกรณ์โรงงาน วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร ซึ่งเข้าข่ายธุรกิจบัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ (15) การค้าส่ง ท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงในลักษณะนอมินีหากมีคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจดังกล่าวประกอบธุรกิจโดยใช้นอมินีหรือไม่

 นายกิตติวัฒน์กล่าวว่า 2) นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี ประกอบธุรกิจบริการที่พัก บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ถือหุ้นจำนวน 10,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และผู้ถือหุ้นคนต่างด้าว  2 ราย ถือหุ้นรวมกันจำนวน 9,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งผู้ดูแลโรงแรมเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้น ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าการประกอบธุรกิจโรงแรมเป็นการเช่าสถานที่และดัดแปลงเป็นโรงแรม รวมทั้งยอมรับว่าเงินลงทุนเป็นของชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้สถานะของนิติบุคคลเป็นต่างด้าวในการประกอบกิจการโรงแรม นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบพบว่าโรงแรมดังกล่าวประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งกรมการปกครองจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 “อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการตรวจสอบ กรมฯ ได้มีหนังสือให้ธุรกิจชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป”นายกิตติวัฒน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSI ประสาน ตชด.ภาค 2 รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 3 ล้านเม็ดในกาฬสินธุ์
DSI ประสาน ตชด.ภาค 2 รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 3 ล้านเม็ดในกาฬสินธุ์