'ภราดร' ยันรัฐบาลไม่ได้กลัวการตรวจสอบ พร้อมให้เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจตามหลักการ '3+1' ชี้ไม่สามารถจัดให้ 5 วันตามฝ่ายค้านขอได้ เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจแน่นตลอดเดือน พ.ย. ทั้ง ครม.สัญจร งานพืชสวนโลก และประชุมเอเปก เตรียมแจงเหตุผลต่อวิป 3 ฝ่ายวันนี้
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายรัฐบาลได้หารือและเห็นชอบกำหนดระยะเวลาการอภิปรายไว้ที่ 3 วัน เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านภารกิจสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายภราดร ชี้แจงลำดับภารกิจว่า ในวันที่ 26 ตุลาคม ครม. มีการประชุมนัดพิเศษ จากนั้นวันที่ 27-29 ตุลาคม จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติในวันที่ 30 ตุลาคม ถัดมาวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ จากนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน มีกำหนดการเป็นประธานเปิดงานพืชสวนโลก ที่จังหวัดอุดรธานี ต่อด้วยการประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 3 พฤศจิกายน และในสัปดาห์ถัดไป นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก)
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า จากตารางภารกิจที่แน่นตลอดช่วงเวลาดังกล่าว รัฐบาลจึงไม่สามารถจัดสรรเวลาการอภิปรายเต็ม 5 วันตามที่ฝ่ายค้านร้องขอได้ ทั้งนี้ วันนี้จะมีการเจรจากับวิป 3 ฝ่ายเพื่อแจ้งเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้หวาดกลัวการตรวจสอบ แต่หากต้องรอให้เลื่อนไปถึงกลางเดือนหรือสิ้นเดือนพฤศจิกายน เกรงว่าทุกอย่างจะล่าช้าและไม่ทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง
ส่วนข้อเสนอให้เลื่อนวันเพื่อให้อภิปรายได้ครบ 5 วันนั้น นายภราดร ระบุว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาไม่เคยมี และมองว่าระยะเวลา 5 วันอาจนานเกินไป ไม่อยากให้มุ่งเน้นเพียงตัวเลข 3 วันหรือ 5 วัน แต่อยากให้พิจารณาที่เนื้อหาสาระและสัดส่วนชั่วโมงการอภิปรายของแต่ละฝ่ายตามธรรมเนียมปฏิบัติมากกว่า
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อสภาฯ ส่งเรื่องบรรจุญัตติมายัง ครม. จะมีการสอบถามวันเวลาที่พร้อม ซึ่ง ครม. จะหารือกันในวันนี้ เบื้องต้นรัฐบาลยังคงย้ำหลักการ 3+1 คือ อภิปรายวันที่ 27-29 ตุลาคม และลงมติวันที่ 30 ตุลาคม โดยจะเสนอแนวนโยบายนี้กลับไปยังสภาฯ เพื่อให้วิปทุกฝ่ายนำไปหารือร่วมกันต่อไป




