เจ้าหน้าที่อุตฯซีลเครื่องจักร 15 โกดังโรงงานระยองซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมอายัดของกลาง 91 รายการ อีกทั้งเอาผิดประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด(สอจ.) ระยอง ดำเนินการผูกมัดประทับตราเครื่องจักรเพื่อมิให้เครื่องจักรทำงานของ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด เลขที่ 99/13 หมู่ 1 อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยการผูกมัดด้วยลวดสลิง และใช้เครื่องมือดึงหรือตรึงลวดสลิง และผนึกจุดที่ผูกมัดด้วยแผ่นผนึกดีบุกที่มีรูปรอยดวงตราของทางราชการ เพื่อมิให้เครื่องจักรทำงานได้ในระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บโรงงาน พ.ศ. 2535 เครื่องจักรที่ถูกดำเนินการผูกมัดประทับตรารวม 25 เครื่อง นอกจากนี้ยังอายัดของกลาง 91 รายการ อาทิ กองชิ้นส่วนโลหะอลูมิเนียม 441 ลบ.ม., ลวดทองแดงบรรจุในถุงบิ๊กแบ็ค 28 ถุงๆ ละ 1 ลบ.ม. รวม 28 ลบ.ม., ชิ้นส่วนโลหะเครื่องยนต์ กองที่ 4 รวม 1,920 ลบ.ม. และเครื่องกวนทำให้ตะกอนจับตัว 20 แรงม้า 14 เครื่อง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ สอจ.ระยองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด มีพื้นที่เนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ แบ่งเป็น 4 โฉนด โดยบริษัทฯ ประกอบกิจการทำพื้นที่พร้อมอาคารให้เช่า ในพื้นที่มีอาคารทั้งหมด 15 อาคาร โดย 2 โฉนด มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเลขที่ 3-106-64/67 รย แต่ยังไม่ได้แจ้งการประกอบกิจการโรงงาน ประกอบกิจการผลิตเชื้อเพลิงแข็ง SRF จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย และคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย ส่วน 2 โฉนดไม่มีใบอนุญาต
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจสอบบริษัทฯ ได้เพียง 5 อาคาร ที่เหลืออาคารปิดไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ จากการตรวจสอบทั้ง 5 อาคาร พบเครื่องจักรในการประกอบกิจการคัดแยกเศษโลหะ จากสายไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีกองเก็บวัตถุดิบ เช่น กองสายไฟปะปนกับเศษอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสงสัยว่าเข้าข่ายเป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่าง 14 ชุด ส่งศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก และอายัดวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวไว้
ต่อมา วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายกิติพงศ์ อติชาติพงศ์กุล อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 อาศัยอำนาจตามมาตรา 35(4) แห่งพ.ร.บโรงงาน พ.ศ. 2535 ทำหนังสือถึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยอง อินดัสทรีล จำกัด ให้นำส่งเอกสาร อาทิ สัญญาเช่าพร้อมข้อมูลเอกสารผู้เช่าอาคารทั้ง 15 โกดัง และเอกสารที่ระบุชนิดปริมาณ , แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ที่อยู่ในโกดัง, รายละเอียดการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานภายในพื้นที่ ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ สอจ.ระยอง ภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2569
รายงานข่าวแจ้งว่า จากนั้นวันที่ 16 ตุลาคม 2569 สอจ.ระยอง พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง และหน่วยงานท้องถิ่น กอ.รมน. จังหวัดระยอง ทีมเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ทสจ.ระยอง นำหมายค้นจากศาลจังหวัดระยอง เข้าตรวจสอบทั้ง 15 อาคารของ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด จากการตรวจสอบพบการติดตั้งเครื่องจักร และประกอบกิจการ เช่น การคัดแยกวัสดุและสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้ว การบดย่อยร่อนแยกวัสดุด้วยน้ำ การแยกวัสดุมีค่าด้วยสารเคมี และหลอมโลหะอลูมิเนียม โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 15 อาคาร จึงเป็นความผิดในข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาต มาตรา 12 วรรคสอง และข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาตตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง ซึ่งทั้งสองข้อหามีบทกำหนดโทษตามมาตรา 50 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ โรงงาน พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษแต่ละข้อหาจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ยังพบสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ได้แก่ 1.วัสดุเศษโลหะปะปนเศษสายไฟฟ้าและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ได้ดำเนินการเก็บส่งตรวจสอบที่ห้องแล็บ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าเข้าข่ายวัตถุอันตรายจะดำเนินคดีฐานครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.วัสดุและชิ้นส่วนอุปกรณ์ เช่น มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีแผงวงจรพิมพ์เป็นส่วนประกอบ เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ตามบัญชี 5.2 จึงเป็นการครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 23 วรรคหนึ่ง อันมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่น อาคารที่ 1 และ 2 ไม่พบการติดตั้งเครื่องจักร มีการกองเก็บเศษโลหะ เศษโลหะปะปนสายไฟฟ้าและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการอายัดเครื่องจักร และสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วทั้งหมด พร้อมดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายกิติพงศ์ อติชาติพงศ์กุล อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ยังทำหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยอง อินดัสทรีล จำกัด เรื่อง ให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยหนังสือระบุว่า ด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ได้เข้าตรวจสอบโรงงาน ของ บริษัท ระยอง อินดัสทรีล จำกัด ประกอบกิจการผลิตเชื้อเพลิงแข็ง (SRF) จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตราย ปอกเศษสายไฟที่ไม่เป็นของเสียอันตราย และคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย ทะเบียนโรงงานเลขที่ 102100148567 (3-106-64/67) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ภายในอาคารหลังที่ 5 พบว่ามีการประกอบกิจการหลอมเศษชิ้นส่วนอลูมิเนียม โดยใช้เครื่องจักรกำลังรวม 97.21 แรงม้า และพบเศษชิ้นส่วนอลูมิเนียมอัดก้อน สายไฟอลูมิเนียม แท่งอลูมิเนียมหล่อ กองบนพื้นภายในอาคาร ไม่พบคนงาน เข้าข่ายเป็นโรงงานลำดับที่ 60 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานได้ ลักษณะดังกล่าว เป็นการตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงาน จำพวกที่ 3 โดยมิได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 12 วรรคหนึ่งและวรรคสอง อันมีกำหนดโทษตามมาตรา 50 แห่งพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คือต้องระวางโทษจำคุกข้อหาละไม่เกิน 2 ปี หรือปรับข้อหาละไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ไปดำเนินการแจ้งประกอบกิจการโรงงานตามใบอนุญาตประกอบกิจการ ทะเบียนโรงงานเลขที่ 102100148567 (3-106-64/67) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบหนังสือคำสั่งฉบับนี้"
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายกิติพงศ์ อติชาติพงศ์กุล อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ทำหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด อีกฉบับให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 โดยหนังสือระบุว่า ด้วยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. และวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 สังกัดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้เข้าตรวจสอบบริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด ทั้ง 15 โกดังพบว่า
• อาคาร 1 ประกอบกิจการกองเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เศษชิ้นส่วนโลหะ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 93.88 แรงม้า
• อาคาร 2 พบว่ามีกองเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เศษชิ้นส่วนโลหะ โดยไม่พบเครื่องจักร
• อาคาร 3 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย วัสดุมีค่าด้วยสารเคมี พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 1,637.42 แรงม้า
• อาคาร 4 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย เศษโลหะชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 1,550.48 แรงม้า
• อาคาร 5 ประกอบกิจการกองเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เศษชิ้นส่วนโลหะ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 177.40 แรงม้า
• อาคาร 6 ประกอบกิจการหลอมและบรรจุชิ้นส่วนทองแดง พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 108.27 แรงม้า
• อาคาร 7 ประกอบกิจการคัดแยก ร่อน ล้างเศษโลหะ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 815.76 แรงม้า
• อาคาร 8 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 750.40 แรงม้า
• อาคาร 9 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย เศษโลหะชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 308.46 แรงม้า
• อาคาร 10 ประกอบกิจการคัดแยก ร่อน ล้างเศษโลหะ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 715.67 แรงม้า
• อาคาร 11 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย เศษโลหะชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 163.18 แรงม้า
• อาคาร 12 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย เศษโลหะชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 1,125.76 แรงม้า
• อาคาร 13 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย เศษโลหะชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 816.22 แรงม้า
• อาคาร 14 ประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าฯ พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 770 แรงม้า
• อาคาร 15 ประกอบกิจการ หลอมเศษชิ้นส่วนอลูมิเนียม พบเครื่องจักรมีกำลังรวม 972.21 แรงม้า
ทั้งนี้ อาคารทั้ง 15 หลัง มีการใช้เครื่องจักรกำลังรวม 10,420.15 แรงม้า เข้าข่ายเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ลำดับที่ 105, 106 และ 60 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) แห่งพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ในที่เกิดเหตุ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการได้ลักษณะดังกล่าว เป็นการตั้งและประกอบกิจการโรงงาน จำพวกที่ 3 โดยมิได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง อันมีมีกำหนดโทษตามมาตรา 50 แห่งพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คือต้องระวางโทษจำคุกข้อหาละไม่เกิน 2 ปี หรือปรับข้อหาละไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 จึงมีคำสั่งให้ บริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะอาคารหลังที่ 1 ถึง 14 ตั้งแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งฉบับนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย"หนังสือระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ เป็นคำสั่งให้บริษัทระงับการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ครอบคลุมทั้ง 15 อาคาร และอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคสอง ทำการผูกมัดประทับตราเครื่องจักร เพื่อมิให้เครื่องจักรทํางานได้ในระหว่างการปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง กระทั่งวันที่ 20 ตุลาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 เข้าทำการผูกมัดเครื่องจักร ตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว




