'พลพีร์' นั่งประธานประชุมติดตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ร่วมกับ PEA-MEA พร้อมจี้เร่งแก้ปัญหาลงทะเบียนติดขัดและสื่อสารเชิงรุกให้ประชาชนเข้าใจสิทธิอย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ณ สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โดยมี นพ.ภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษา รมช.มท., น.ส.วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มท., นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการ PEA และนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ติดตามยอดการลงทะเบียนทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ความพร้อมด้านอุปกรณ์ ระบบการติดตั้ง ศักยภาพของผู้ประกอบการติดตั้งและบำรุงรักษา (Vendor) รวมถึงคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง โดย มท.2 ได้กำชับให้ PEA และ MEA เร่งขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุเป้าหมาย วางแผนรองรับอุปสรรค เร่งแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนไม่สำเร็จ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้มีการสื่อสารเชิงรุกอย่างต่อเนื่องผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ทั้งเรื่องการเลือกและติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระบบสมาร์ทมิเตอร์ (Smart Meter) แบตเตอรี่ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Station) ตลอดจนการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ (Local Content) เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เสริมความมั่นใจ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
อนึ่ง โครงการดังกล่าวรัฐบาลได้ใช้งบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน) เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้แก่ประชาชน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านครัวเรือน
สำหรับรายละเอียดโครงการ ประชาชนสามารถติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาดกำลังการผลิต 5-10 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งแผงขนาด 5 กิโลวัตต์ จะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 500-700 หน่วยต่อเดือน และมีอายุการใช้งานนาน 20-25 ปี




