News Logo
หน้าแรก
มท.2ลุยต่อสอบ19บริษัทหลัง‘โจเซฟ’ผู้นำชุมชนชาวยิวถูกถอนสัญชาติไทย

มท.2ลุยต่อสอบ19บริษัทหลัง‘โจเซฟ’ผู้นำชุมชนชาวยิวถูกถอนสัญชาติไทย

30 ต.ค. 2569 12:20
ผู้ชม 10 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

‘พลพีร์’ลุยต่อหลัง‘โจเซฟ’ผู้นำชุมชนชาวยิวถูกถอนสัญชาติไทย สอบ 19 บริษัทที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วน ถ้าถือเกิน 50% เข้าข่ายเป็นนอมินี รวมทั้งตรวจการถือครองที่ดิน พร้อมไล่เช็กทายาทด้วย

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย ถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด ในประเทศไทย ว่า เป็นสำนวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งมาที่กรมการปกครอง ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าหลังจากนายโจเซฟรับสัญชาติไทยแล้ว ก็ยังมีการใช้สัญชาติอเมริกันอยู่ ตอนนี้กรมการปกครองก็ไปดูว่าทายาทและผู้ที่ได้สัญชาติไทยต่อจากนายโจเซฟ เป็นใครบ้าง ลูกหลานและเครือญาตินายโจเซฟ ที่อยู่ในประเทศไทยและมีสัญชาติไทยมีความผิดด้วยหรือไม่ หากมีความผิดเราก็ต้องดำเนินการเช่นกัน

 นายพลพีร์กล่าวว่า ส่วนทรัพย์สินและที่ดินของนายโจเซฟ ที่ถือครองในขณะที่มีสัญชาติไทย เมื่อทำผิดกฎหมายของประเทศไทย ก็ต้องดูว่าที่ดินแต่ละแปลงถือครองเมื่อไหร่ หากถือครองขณะได้รับสัญชาติไทย และกระทำความผิดด้วย กรมที่ดินก็จะบังคับขายที่ดินต่อไป ตอนนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนของกรมการปกครอง ซึ่งตอนนี้นายโจเซฟ มีชื่อเป็นหุ้นส่วนและกรรมการทั้งหมด 19 บริษัท โดยกรมที่ดินและกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะบูรณาการร่วมกัน เพื่อรีบสรุปสำนวน

 “หากพบว่านายโจเซฟถือครองหุ้นเกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด ก็จะถือว่าเป็นบริษัทนอมินี ส่วน 19 บริษัทของนายโจเซฟจะแตกออกไปเป็นบริษัทอื่นๆ ที่ถือครองอีกหรือไม่ ตอนนี้ดีเอสไอ และกรมที่ดิน กำลังทำข้อมูลอยู่ หากพบว่ากระทำความผิดก็จะตามยึดอายัดต่อไป”นายพลพีร์กล่าว

 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย ถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์

 ทั้งนี้ ประกาศระบุว่า นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ได้รับสัญชาติไทย โดยการแปลงสัญชาติตามมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 โดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ได้รับสัญชาติไทย โดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 และจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 แต่ปรากฏข้อมูลจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าได้สืบสวนบุคคลต่างด้าว ที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทยกระทำการอื่นใดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยพบว่านายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ได้มีการใช้สัญชาติอเมริกัน ในการเดินทางเข้า-ออกไปยังประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องถึง 16 ครั้ง ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 อันมีลักษณะเป็นการใช้สัญชาติเดิม (อเมริกัน) ที่ขัดเงื่อนไขในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย

 “โดยนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ทราบเงื่อนไขดังกล่าวแล้วในวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย กรณีดังกล่าวจึงเข้าเงื่อนไขที่อาจถูกถอนสัญชาติไทยตามมาตรา 19(2) แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 เนื่องจากมีหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิม (อเมริกัน) หากปล่อยไว้เนิ่นช้าออกไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสาธารณะได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 วรรคหนึ่งแห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ให้ถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์”ประกาศระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เดินทางถึงภูฏาน ‘เชริง โตบเกย์’ ต้อนรับอบอุ่น เตรียมรือทวิภาคี
นายกฯ เดินทางถึงภูฏาน ‘เชริง โตบเกย์’ ต้อนรับอบอุ่น เตรียมรือทวิภาคี