ศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว 'Godd Dam' คดีโพสต์สลิปปลอมโอน 7 ล้านให้นายกฯ ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง กระทบสังคมวงกว้าง เกรงหลบหนี หลังถูกฝากขัง 12 วัน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ ผู้ต้องหาในคดีนำข้อมูลที่บิดเบือนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และใช้เอกสารสิทธิปลอม กรณีโพสต์สลิปโอนเงินปลอมจำนวน 7 ล้านบาทบนเพจ "Godd Dam"
คำตัดสินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขัง ซึ่งศาลอาญาได้พิจารณาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาในข้อหา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) วรรคหนึ่ง และข้อหาใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 มีกำหนด 12 วัน
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขัง นายชัยรัตน์ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว แต่ศาลอาญาพิเคราะห์ถึงความหนักเบาของข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และใช้เอกสารสิทธิปลอมนั้น เป็นพฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อความสงบสุขในสังคมวงกว้าง อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราว โดยมีเหตุให้เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หากได้รับการปล่อยตัว ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมงในการสอบปากคำนายชัยรัตน์ วัย 26 ปี โดยมีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนร่วมอยู่ด้วย และมีการบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน แต่ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธและไม่ยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่มาของสลิปดังกล่าว
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ชุดสืบสวนกำลังขยายผลทางคดี หลังพบพยานหลักฐานข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ว่าอาจมีผู้ร่วมกระทำความผิด ทั้งในส่วนของร่วมขบวนการและผู้ที่ช่วยในการหลบหนี เนื่องจากพบพฤติการณ์ของนายชัยรัตน์ก่อนถูกคุมตัว มีการหลบเลี่ยงการจับกุมด้วยการเปลี่ยนที่พักอาศัยชั่วคราวหลายแห่ง ทั้งโรงแรมและห้องเช่ารายวันย่านรัชดา ก่อนจะยินยอมเดินทางมาพร้อมทีมทนายความและถูกจับกุมตามหมายจับ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแนวทางไว้ว่า หากนายชัยรัตน์ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ก็พร้อมจะนำหมายจับในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงเพิ่มเติมเข้าจับกุมอายัดตัวต่อทันที แต่หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวและต้องส่งตัวเข้าเรือนจำ พนักงานสอบสวนก็พร้อมเดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายในเรือนจำต่อไป
สำหรับประวัติของนายชัยรัตน์ พบว่ามีความสนใจและติดตามประเด็นการเมืองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงการทำรัฐประหารขณะที่เจ้าตัวมีอายุเพียง 14 ปี จนกระทั่งเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2566 นอกจากนี้ ในมุมของการทำงาน นายชัยรัตน์ยังมีความเชี่ยวชาญและสนใจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) อย่างลึกซึ้งในระดับสุดโต่ง โดยมีประสบการณ์ผ่านการทำงานให้แก่บริษัทไอทีชั้นนำมาแล้วหลายแห่ง รับหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และวางระบบป้องกันภัยคุกคามบนเครือข่ายและดูแลระบบข้อมูลขององค์กรอย่างจริงจัง ก่อนจะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว




