“กลุ่มคนที่ครองอำนาจครอบงำคณะกรรมการบางจาก กับกลุ่มคนในวงการการเงินการคลังที่ร่วมมือช่วยฟอกเงินเขมรซื้อบางจากครั้งนี้ พิเคราะห์แล้ว มองเห็นเป็นคนกลุ่มเดียวกันได้ชัดเจน...”
สำนักข่าว Next News รายงานว่า นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระเผยแพร่บทความในลักษณะถามตอบ มีเนื้อหาดังนี้
ถาม... เห็นส่วนราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มทุนชั่วในเขมรออกมาแถลงว่า “ วันนี้เราจับเส้นทางเงินได้แล้วว่า มันไหลมุ่งมาซื้อหุ้น บางจาก ,VCI และ MFC จนได้หุ้นขนาดใหญ่ทีเดียว จึงให้ ปปง.เดินหน้าอายัด และยื่นฟ้องศาลเพื่อขอยึดเป็นของแผ่นดินแล้ว ” อาจารย์เห็นว่าข่าวนี้ ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญไหมครับ
ตอบ... เรื่องนี้รู้และรอกันมานานแล้วว่า นักฟอกเงินกลุ่มเขมรมีใครบ้าง ข้อมูลจากหน่วยงานในกระทรวงคลังสหรัฐ ก็ชี้บ่งมานานแล้วว่ามันฟอกเข้ามาซ่อนเป็นหุ้นที่ไหน จน ปปง.ไทย ลงมืออายัดหุ้นบางจาก 18% มูลค่ากว่าหมื่นล้านนำขึ้นฟ้องศาล ไปหลายเดือนแล้วด้วย มาวันนี้ถึงออกมายืนยันว่าจัดการกับหุ้นอีกสองบริษัทด้วย ส่วนตัวหัวทางเขมรทั้งเบนสมิธกับพวกนั้น พวกนี้ก็หนีออกจากเมืองไทยไปนอนในเรือยอร์ชกลางทะเลนานแล้ว จะออกหมายจับกี่ฉบับก็ไม่มีความหมายอะไร
ถามว่าที่ทำมาทั้งหมดนี้ พอแก่การแล้วหรือไม่ ผมเห็นว่ายังไม่พอครับ ยังมีงานสำคัญที่ต้องลงมืออีก โดยเฉพาะกรณีหุ้นบางจาก
ถาม...หุ้นบางจาก 18% ของเขมรนั้น เราก็ฟ้องคาอยู่ในศาล ขอให้สั่งยึดนานแล้วนี่ครับ มาวันนี้ นาย“ณ.” ที่เป็นตัวแทนบริษัทหุ่นถือหุ้นบางจากแทนเขมร ก็พึ่งจะถูกออกหมายและจับกุมไปแล้วด้วยเมื่อสองวันนี้เอง แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ
ตอบ... คุณรู้ไหมว่า หลังจากบริษัทหุ่นเขมร โดยนาย ณ.ซื้อหุ้นบางจากแล้ว สองอาทิตย์ต่อมา คณะกรรมการบางจากก็สรรหาและแต่งตั้งให้เขากับตัวแทนอีก 1 คนเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทบางจากโดยพลัน แล้วตามด้วยลูกพี่ของ นาย“ณ.” อีกคนหนึ่ง
ถาม... คณะกรรมการอาจเลือกเขาเข้ามาในฐานะถือหุ้นใหญ่ก็ได้นะครับ
ตอบ... ก็อ้างกันอย่างนั้น แต่พอคุณไชยวัฒน์ โควาวิสารัตน์ CEO บางจาก นำคำแนะนำจากคู่ค้าต่างชาติ และบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก มาติติงว่าการให้ตัวแทนเงินชั่วที่ถูกขึ้นบัญชีในสากลและเป็นคดีฟอกเงินคาศาล มานั่งเป็นกรรมการอย่างนี้ไม่เหมาะสม คณะกรรมการก็ยอมจำนนให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขข้อบังคับ กำหนดห้ามตัวแทนหุ้นที่ต้องคดีฟอกเงินมาเป็นกรรมการ ดำริเช่นนี้ก็ช่วยให้รูปการณ์ดูจะดีขึ้น ครั้นเมื่อถึงขั้นเรียกประชุม ผู้ถือหุ้นรายย่อยกลุ่มหนึ่งก็ค้านว่า จะให้หุ้นเขมร 18% นี้ร่วมโหวตด้วยไม่ได้ แต่ที่ประชุมคณะกรรมการก็กลับลำ กลับมีมติให้โหวตได้ และจนผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องแพ้ไปในที่สุด เหตุเพราะมีขนาดหุ้นเล็กจิ๋วสู้หุ้น 18% ของฝ่ายทุนเขมรไม่ได้ ฟังมาถึงตรงนี้ คุณว่า เราไว้ใจคณะกรรมการบางจากกลุ่มนี้ได้ไหม
ถาม... ผมว่าไม่ไหวนะครับ บริษัทถูกอายัดหุ้นอยู่เห็นๆ ก็บังอาจหยิบมาเป็นกรรมการ พอผู้คนเคลื่อนไหวจะเขี่ยออกด้วยการประชุมแก้ข้อบังคับ ก็กลับยอมให้ทุนเขมรเขาโหวตอีก ทั้งๆ ที่มีประโยชน์ทับซ้อนอยู่เห็นๆ มันเป็นไปได้ยังไงครับ ที่ไปถือหางหุ้นเขมรอย่างนั้น ตรงนี้ใช่ไหมที่ทำให้อาจารย์ชี้ว่า วันนี้ “บางจาก..อยู่ในปากเขมร”
ตอบ... คือพวกผมมองว่า บริษัทบางจากมีมาเฟียพลังงานไทยกับขุนนางกังฉิน ครอบงำยึดครองคณะกรรมการมาเป็นสิบปีแล้ว และขณะเดียวกันคนในกลุ่มนี้ก็รับจ๊อบทำงานให้ระบอบทักษิณมาหลายครั้ง หากวันนี้ “การยึดครองบางจากโดยทุนเขมร” จะถูกยกเป็นเป้าหมายของ กิจการร่วมค้า “ ฮุน - ษิณ “ แล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่อำนาจมาเฟียพลังงาน ในบางจาก จะร่วมมือยกให้เขาขึ้นมามีอำนาจในบางจากได้
ถาม... เรื่องมันไปถึง “ฮุน - ษิณ” ได้อย่างไรครับ
ตอบ... เมื่อระบอบทักษิณส่งเศรษฐากับอุ๊งอิ๊งขึ้นเป็นนายกฯนั้นชัดเจนว่ามีสามงานหลักที่สังคมสงสัยคลางแคลงกันมากว่า เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ คือ โครงการสร้างระบบเงินคริปโตเพื่อใช้ผันเงินทั่วประเทศ, โครงการเอาที่ดินรัฐมาร่วมทุนกับต่างชาติสร้าง คาสิโน ทุกภูมิภาคมีตัวหลักอยู่ที่ที่ดินท่าเรือคลองเตย, กับโครงการลงนามใน MOU 44 เพื่อแบ่งปันพลังงานอ่าวไทยบนพื้นที่ที่เขมรอ้างว่าทับซ้อน ทั้งสามโครงการนี้ เราสงสัยว่าการยึดบางจากด้วยทุนจากเขมร แท้จริงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สาม ที่ “ฮุน-ษิณ” วางแผนจะให้บางจากรับสัมปทานจากทั้งสองประเทศ ขุดเจาะน้ำมันขึ้นมาแบ่งส่วนส่งให้ทั้งไทยและเขมร ตามอัตราที่ตกลงกันได้ ใน MOU44 นั่นเอง
ถาม... มันจะสงสัยไกลไปหน่อยไหมครับ
ตอบ... กลุ่มคนที่ครองอำนาจครอบงำคณะกรรมการบางจาก กับกลุ่มคนในวงการการเงินการคลังที่ร่วมมือช่วยฟอกเงินเขมรซื้อบางจากครั้งนี้ พิเคราะห์แล้ว มองเห็นเป็นคนกลุ่มเดียวกันได้ชัดเจน และคนสำคัญในกลุ่มก็ยังมีสัมพันธ์แนบแน่นเป็นลูกมือ เป็นรัฐมนตรีทำงานสนองรัฐบาลในระบอบทักษิณมาตลอดอีกด้วย มีอดีตอธิบดีกระทรวงคลังที่ช่วยแปรรูป ปตท. 1 คน อดีตปลัดคลัง 2 คน ผู้กว้างขวางในวงการพลังงานที่เคยขึ้นเป็นรัฐมนตรีคลัง 1 คน และนายธนาคารที่เกือบจะได้เป็นรัฐมนตรีอีก 1 คน เห็นอย่างนี้แล้ว การจัดการคนพวกนี้ให้สิ้นโอกาสฟอกเงินให้ต่างชาติ และสิ้นอำนาจในบางจากจึงต้องถือเป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง
ถาม... ถ้ารัฐบาล นายกฯอนุทิน เห็นว่าเรื่องฟอกเงินหุ้นบางจากมีปัญหาเบื้องลึก เช่นนี้จริงอาจารย์และพวกพ้องที่ร่วมคิดอ่านขุดคุ้ย มีข้อเสนอให้รัฐบาลทำอะไรบ้าง
ตอบ... มีอยู่ 3 ข้อ ดังนี้ครับ
1)ให้ตรากฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.บริษัทมหาชน หรือ พ.ร.บ.ฟอกเงิน ระบุห้ามมิให้ตัวแทนผู้ถือหุ้นที่ต้องคดีฟอกเงินเข้าเป็นกรรมการบริษัท โดยจะเร่งออกเป็นพระราชกำหนดเลยก็ยิ่งดีครับ
2)ให้ใช้อำนาจของ ปปง.และ ดีเอสไอ สืบสวนและสอบสวน นำตัวคนไทยมาลงโทษตามกฎหมายฟอกเงิน ทั้งกลุ่มลำเลียงเงินเข้าสถาบันการเงินไทย กลุ่มพันธมิตรช่วยประสานงานให้เข้าถือสิทธิในหลักทรัพย์ไทย และกลุ่มตัวแทนเชิดที่ถือครองหลักทรัพย์ไทยแทนทุนดำทั้งหลายด้วย
3) ให้ใช้อำนาจผู้ถือหุ้น 10% ของกระทรวงคลังในกองทุนวายุภักษ์ และ 14% ของกองทุนประกันสังคมร่วมกับเสียงผู้ถือหุ้นรายย่อย แก้ไขข้อบังคับบริษัทบางจาก ส่วนที่ว่าด้วยที่มากรรมการบริษัท ให้เปิดกว้างต่อการมีส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อทำลายระบบพวกพ้องที่ส้องสุมอำนาจมาเนิ่นนานให้สิ้นไป โดยกำหนดให้กรรมการปัจจุบันทุกคนพ้นจากตำแหน่ง แล้วเริ่มสรรหากรรมการใหม่ทั้งหมด ทั้งของตัวบางจากและบริษัทลูก
ถาม... ข้อเสนอข้างบน ที่มุ่งจะเอาบางจากออกจากปากเขมรนี้ มีใครร่วมคิดอ่านบ้างครับ
ตอบ... มีผมที่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยคนหนึ่งในบางจาก กับน้องๆ ที่ถือหุ้นด้วยเหมือนกันครับ วันนี้เรากำลังเตรียมการจะล่ารายชื่อ มีหนังสือเสนอรัฐบาลกันอยู่ในธันวาหน้า พอดีเห็นทางการเดินหน้าลงมือจับตัวกรรมการบางจาก 1 คน ที่เป็นตัวแทนเขมรแล้ว เราก็ดีใจว่าเป็นนิมิตที่ดี วันนี้ผมก็เลยขอนำข้อวิเคราะห์ของเรามาเสนอเป็นบทความ หนุนส่งรัฐบาลไปเสียก่อนเลย
ถาม... ถ้ารัฐบาลลงมือเอาจริงอย่างนี้เมื่อไหร่ จะมีผลต่อการอภิปรายทั่วไปธันวานี้หรือไม่
ตอบ... ถ้าจะให้ฝ่ายค้านชมเชยรัฐบาลแทนประชาชน ก็คงฝืนใจเค้ามาก คงต้องอภิปรายไปติดอ่างไปตลอดวาระเป็นแน่ ส่วนบางคนที่มีเบื้องหลังฟอกเงินติดตัวอยู่ด้วยนั้น ก็คงสะเทือนใจ ขอถอนตัว งดอภิปราย นั่งตัวสั่นเงียบไปเลย




