ก.ล.ต.แจงปม ‘ณัฐกร อธิธนาวานิช’ที่ถูกแจ้งข้อหาพร้อม‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’คดีฟอกเงินข้ามชาติ ยังนั่งเป็นบอร์ด ‘บางจาก’ ชี้ยังเป็นขั้นถูกกล่าวหา-อยู่ระหว่างดำเนินคดี ไม่ถือเป็นเหตุขาดความน่าไว้วางใจโดยอัตโนมัติ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) แถลงข่าวปฏิบัติการทลายเครือข่ายคดีฟอกเงินข้ามชาติซึ่งนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานฉ้อโกงนักธุรกิจชาวลาวและคดีแก๊งสแกมเมอร์ ส่งผ่านธนาคาร B.I.C. ในประเทศกัมพูชา จากนั้นโอนเงินเข้ามาบัญชีของเครือข่ายในประเทศไทย แล้วส่งต่อไปยังกองทุน CAI สิงคโปร์หลายหมื่นล้านบาท แล้วให้กองทุน CAI เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาทิ BCPหรือบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) .VGI และ MFC โดยออกหมายจับนายเบน สมิธ และนายยิม เลียก กับพวกรวม 6 ราย ส่วนนายณัฐกร อธิธนาวานิช ซึ่งเป็นผู้ประสานงานในการจัดหาคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยถูกแจ้งดำเนินคดีด้วย ซึ่งเจ้าตัวให้การกับตำรวจแล้ว อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่านายณัฐกร ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท บางจากฯต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่นั้น
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการก.ล.ต.และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. การแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนเป็นอำนาจของผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทตามกฎหมาย โดยบริษัทมีหน้าที่แจ้งรายชื่อกรรมการและผู้บริหารเข้าสู่ระบบข้อมูลรายชื่อของ ก.ล.ต. ซึ่ง ก.ล.ต. จะแสดงรายชื่อบุคคลดังกล่าวในระบบ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลนั้นมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามประกาศ กจ. 3/2560 เช่น เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นบุคคลที่ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจ เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถาบันการเงิน หรือเนื่องจากมีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ หรือทุจริต หลอกลวง หรือฉ้อโกงเกี่ยวกับทรัพย์สิน การบริหารงานที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล หรือการกระทำที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบ
“รวมทั้งเป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งกรณีที่ศาลจะมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ และพ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากการรอ ลงโทษมาแล้วไม่ถึง 3 ปี สำนักงาน ก.ล.ต.จะถอนรายชื่อออกจากการแสดงรายชื่อบุคคลในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 19/2553 ทั้งนี้ การพิจารณาต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี โดยการถูกกล่าวหาหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่ได้ถือเป็นเหตุให้ขาดความน่าไว้วางใจโดยอัตโนมัติ”นายเอนกกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้บริษัทบางจากฯ ชี้แจงว่า สำหรับกรรมการผู้แทนของผู้ถือหุ้นรายดังกล่าว(ที่ถูกอายัด) ไม่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และไม่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ณ สำนักงานบริษัทฯ นับตั้งแต่หุ้นถูกอายัด และแม้ยังคงมีสถานะเป็นกรรมการ เนื่องจากยังไม่ขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568
อ่านข่าวประกอบ
-บช.ก.ผนึกกำลัง ปปง.-ก.ล.ต.ทลายเครือ 'เบน สมิธ' ออกหมายจับ 7 ผู้ต้องหา
https://nextnewsth.com/th/investigative/dark-economy/6ae05358f35829791cefe6ad
-‘บางจาก’ย้ำหุ้นถูกอายัดแค่เฉพาะรายที่มีเอี่ยวฟอกเงินข้ามชาติ
https://www.nextnewsth.com/en/minimal-news/general/6ae15f33f35829791cf7de34




