News Logo
หน้าแรก
ACSC ทลายแก๊งคอลฯข้ามชาติ 17 ราย ปลอมเป็น AIS-ตำรวจ วิดีโอหลอกเหยื่อ

ACSC ทลายแก๊งคอลฯข้ามชาติ 17 ราย ปลอมเป็น AIS-ตำรวจ วิดีโอหลอกเหยื่อ

5 พ.ย. 2569 14:12
ผู้ชม 4 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ACSC ลุย "สุครีพหักคอลฯ" ล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ 17 ราย สวมรอย AIS-ตำรวจภูเก็ต หลอกเหยื่อ แต่งเครื่องแบบปลอมวิดีโอคอลข่มขู่ ย้ายฐานจากปอยเปตสู่ลาวถูกรวบยกแก๊ง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ "สุครีพหักคอลฯ" ล้างบางแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติครั้งใหญ่ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 17 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง แก๊งผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติการณ์ในการปลอมแปลงเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท AIS และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูเก็ต ก่อนจะใช้การวิดีโอคอล โดยผู้กระทำผิดจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าคล้ายเครื่องแบบตำรวจ เพื่อหลอกลวง ข่มขู่ และสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า

จากการสืบสวนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติกลุ่มนี้มีฐานปฏิบัติการอยู่ในต่างประเทศ โดยแบ่งหน้าที่การทำงานกันอย่างชัดเจน เริ่มจากกลุ่มพนักงานสายแรกที่จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ AIS โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อว่าหมายเลขโทรศัพท์มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก่อนจะส่งต่อสายให้กลุ่มพนักงานสายที่สอง ซึ่งจะสวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ใช้การพูดคุยทางโทรศัพท์และวิดีโอคอล ข่มขู่เหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้าย พร้อมทั้งแสดงภาพสมุดบัญชีปลอมและคำสั่งศาลจังหวัดภูเก็ตปลอม เพื่อบีบบังคับให้เหยื่อตกใจกลัวและโอนเงินมาตรวจสอบในบัญชีม้าที่เตรียมไว้ ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกตั้งข้อหา "ร่วมกันพยายามฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างศูนย์ ACSC และเจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่ได้ประสานงานจับกุมกลุ่มคนไทย 23 ราย และคนไม่มีสัญชาติไทย 1 ราย ซึ่งถูกพบว่าอาจมีส่วนร่วมในกระบวนการแก๊งสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์ พร้อมของกลางเป็นเสื้อกากีคล้ายเครื่องแบบตำรวจ คอมพิวเตอร์ ไอแพด โทรศัพท์มือถือ และกระดาษจดบันทึกสคริปต์หลอกลวง ก่อนจะผลักดันกลับประเทศไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ บก.ปคม. คัดกรองและดำเนินการต่อตามกฎหมาย แนวทางการสืบสวนยังชี้ให้เห็นว่าแก๊งนี้เคยตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในชื่อ "กองร้อยปอยเปต" ก่อนจะย้ายฐานมายังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว หลังถูกกวาดล้าง เพื่อดำเนินกิจกรรมอาชญากรรมในรูปแบบเดิม

การแถลงข่าวในปฏิบัติการ "สุครีพหักคอลฯ" ครั้งนี้ นำโดย พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยมี พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงรายละเอียดของปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
CIB

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทนายษิทรานำผู้เสียหายแจ้งจับ'บุ๋ม ปนัดดา'ปมโกงเงินบริจาคน้ำท่วม-ชายแดน
ทนายษิทรานำผู้เสียหายแจ้งจับ'บุ๋ม ปนัดดา'ปมโกงเงินบริจาคน้ำท่วม-ชายแดน