รัฐบาลประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักและฝนสะสมต่อเนื่อง ช่วงวันที่ 8-13 พฤศจิกายน 2569 เฝ้าระวังภัยพิบัติจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่รัฐบูรณาการความช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 8-13 พฤศจิกายน 2569 รัฐบาลขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและลมกระโชกแรง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และจังหวัดสตูล ขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมระมัดระวังฝนตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศในภาพรวม มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 66,280 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุเก็บกักรวม) โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 42,150 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุเก็บกักรวม) สำหรับพื้นที่ภาคใต้มีปริมาณน้ำรวม 5,442 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุเก็บกัก) ในส่วนของเขื่อนหลัก 2 แห่งในภาคใต้ ได้แก่ เขื่อนรัชชประภา มีปริมาณน้ำ 4,235 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 75 ของความจุเก็บกัก) และเขื่อนบางลาง มีปริมาณน้ำ 773 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 53 ของความจุเก็บกัก)
น.ส.พลอยทะเล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวใต้ เนื่องจากขณะนี้ภูมิภาคดังกล่าวเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุม ซึ่งมักเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จึงได้กำชับให้ส่วนราชการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย พร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบประกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนบูรณาการการใช้ทรัพยากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยที่มีอยู่ให้พร้อมปฏิบัติงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือและลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด




