กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำทีมบุกรวบกูรูบิวตี้ต่างชาติ ในโรงแรมกลางกรุง เปิดให้บริการตรวจใบหน้า และให้คำปรึกษาการบินไปทำศัลยกรรมเกาหลี ทั้งที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายกระทง ศาลสั่งปรับ 2 หมื่น โดยโทษณจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบด็กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า ตามที่ สบส. ได้รับเบาะแสจากประชาชนว่า มีชาวต่างชาติโฆษณาผ่านสื่อโชเชียลเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับบริการตรวจบริเวณใบหน้าเพื่อเตรียมไปบริการศัลยกรรมเสริมความงามต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยเปิดให้บริการในระหว่างวันที่ 25-26 เมษายน 2569 ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านคลองเตยเหนือ เซตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรม สบส.ร่วมกับเเพทยสภา กรมการจัดหางานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับกับการตรวจจคนเข้าเมือง 1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ได้ส่งสายเข้าติดต่อขอรับบริการ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 พบชายสัญชาติเกาหลีใต้ ทราบชื่อภายหลังว่านายโก (นามสมมติ) อายุ 40 ปี กำลังให้บริการตรวจบริเวณใบหน้าและแนะนำให้สายไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยนายโกยอมรับว่าไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาการกระทำผิดในเบื้องต้น 2 กระทง ได้แก่
1) ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มีความผิดตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน มีความผิดตามพ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท พร้อมส่งตัวผู้กระทำผิดให้พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งศาลได้มีคำสั่งลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
อย่างไรก็ตาม สบส.จะดำเนินการรวบรวมพยามหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะแจ้งข้อกล่าวหาฐานประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป
ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจด้านศัลยกรรมเสริมความงามในประเทศไทยเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยม จึงต้องมีการแข่งชันทั้งเรื่องความรู้ความชำนาญของแพทย์ และเทคโนโลยี อย่างการนำแพทย์หรือบุคลากรจากต่างประเทศมาดึงดูดให้เข้ารับบริการกับสถานพยาบาลของตน แต่การเปิดคอร์สให้คำปรึกษาทางการแพทย์ หรือวินิจฉัยโรคในไทย แม้จะให้บริการโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากต่างประเทศ แต่หากแพทย์รายนั้นไม่มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการแพทยสภาอนุมัติให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทยก็จะถือว่าเป็นหมอเถื่อนอยู่ดี
อีกทั้ง หากการให้คำปรึกษา หรือบริการจัดขึ้นขึ้นในสถานพยาบาลใด ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็จะมีความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ในฐานปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาพ หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งนอกจากการดำเนินคดีตามกฎหมายในข้างต้นแล้ว กรม สบส. จะมีการขยายผลไปยังสื่อโฆษณาของสถานพยาบาลว่ามีการขออนุมัติโฆษณา หรือมีเนื้อหาที่เป็นเท็จโอ้อวดเกินจริงหรือไม่
หากตรวจพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องก็จะมีการเอาผิดต่อไป ทั้งนี้ กรม สนส. ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยสามารถสังเกตได้จากหลักฐานเหล่านี้ ได้แก่ 1) มีการแสดงป้ายชื่อ และในอนุญาต 11 หลัก 2) มีการแสดงใบอนุญาตให้ประกอบกิจการและใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ณ จุดบริการ 3) มีการแสดงป้ายชื่อ สกุล รูปถ่ายของแพทย์ผู้ให้บริการ พร้อมใบอนุญาต
4) มีการแสดงอัตราค่าบริการ และมีจุดสอบถามค่าบริการให้เห็นชัดเจน 5) มีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมประจำปี 6) มีการแสดงสิทธิของผู้ป่วย ณ จุดบริการอย่างชัดเจน และหากพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะหมอเถื่อน คลินิกเถื่อน ให้รีบแจ้งเบาะแสมาที่กรม สบส. ทางหมายเลยโทรศัพท์ 02-193-7000 หรือ เฟซบุ๊กศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส. กระทรวงสาธารณสุข หรือ E-mail : [email protected]
หมายเหตุ-บุคคลในภาพประกอบไม่มีเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีดังกล่าวนี้




