“ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย” ขยายโอกาสสู่ 215 สาขาทั่วประเทศ สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
นับตั้งแต่มิถุนายนเป็นต้นมา บริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปลี่ยนโฉมไปจากเดิม พื้นที่ซึ่งเคยโล่งสะอาดตา ถูกเติมเต็มด้วยบูธจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งอาหาร ของใช้ สินค้าเกษตร และสินค้าท้องถิ่น เป็นประจำทุกเย็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ นี่คือแคมเปญ "ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย" เกิดจากความตั้งใจเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้มีพื้นที่ค้าขาย นำสินค้าของกิน ของใช้ และของดีประจำชุมชน มาจำหน่ายบริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายรัฐไทยช่วยไทย
ตลอดสองเดือนที่เปิดตัวแคมเปญมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ร้านค้ารายย่อยให้ความสนใจมาออกบูธขายสินค้าหน้าร้านเซเว่นฯ กันอย่างคึกคัก ด้านประชาชนก็ให้ความสนใจเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันเป็นอย่างมาก นำมาสู่การเพิ่มจำนวนร้านเซเว่นฯ ที่จัด ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย จากสาขานำร่อง 65 สาขา 6 ภูมิภาคทั่วไทย สู่จำนวน 215 สาขา

ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย
โครงการนี้เติบโตและดึงดูดผู้ประกอบการและผู้บริโภค ด้วยการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจ ที่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย ผู้ประกอบการรายใหญ่-รายย่อย ภาครัฐกับภาคเอกชน ให้เกิดการเชื่อมโยงหมุนเวียน เกื้อกูลกันและกัน
ทำเลคือโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อย
จุดแข็งอย่างหนึ่งของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น คือทำเลร้านเห็นชัด ใกล้ชุมชน มีลูกค้าและผู้คนสัญจรไปมาอยู่เสมอ ซึ่งต่างจากร้านค้าของผู้ประกอบการย่อยบางร้าน ที่ทำเลที่ตั้งอาจไม่อยู่ในจุดพบเห็นได้ง่าย เมื่อมีโอกาสตั้งแผงบริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ ก็เป็นโอกาสที่ลูกค้าจะได้เห็นสินค้าง่ายขึ้น ดังเช่น ร้านทุเรียนของ นางสาวณัฐนันท์ โตเอี่ยม ร้านค้าชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ แม้จะขายออนไลน์ แต่เธอกล่าวว่าการมีหน้าร้านที่ลูกค้าได้เห็นสินค้ากับตาก็ช่วยเพิ่มยอดขายได้มาก
“ที่สนใจมาขายของหน้าร้านเซเว่นฯ เพราะเราเห็นตลอดว่าร้านเซเว่นฯ ลูกค้าเข้าออกกเยอะ น่าจะทำให้เราเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น เพราะปกติขายทุเรียนในซอยข้างใน ต้องลงสินค้าในเพจถึงจะมีคนเห็น ถ้ามาขายตรงหน้าร้านเซเว่นฯ ลูกค้าก็จะเห็นเราได้ง่าย เห็นสินค้า เห็นเนื้อทุเรียนจริง ๆ เลือกชมสินค้าได้มากกว่าการลงรูปในเพจ เป็นการเปิดโอกาสให้ร้านค้าเล็ก ๆ ได้เพิ่มช่องทางการขาย ยิ่งเศรษฐกิจตอนนี้ที่ไม่ค่อยดี เราต้องเป็นฝ่ายเข้าหาลูกค้า ไม่ใช่รอให้ลูกค้ามาหาเรา การมาออกบูธที่ร้านเซเว่นฯ ก็ช่วยเปิดโอกาสนี้”
นอกจากนั้น การที่ร้านเซเว่นฯ เปิดพื้นที่ให้ค้าขายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยังเป็นการเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าทดลองนำสินค้าใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยลองตลาดมาจำหน่าย ลดความกังวลการแบกรับความเสี่ยงของต้นทุน นำมาซึ่งการมีสินค้าใหม่ ๆ ให้แก่คนในชุมชน และโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายขึ้น

ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย
ผู้บริโภคได้ช้อปของราคาย่อมเยาใกล้บ้าน
เมื่อพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าของกิน ของใช้ หรือของดีประจำชุมชน มาขายที่ตลาดนัดเซเว่นฯ คนในพื้นที่ก็สามารถจับจ่ายสินค้าหลากหลายโดยไม่ต้องเดินทางไกล ลดค่าเดินทาง ประหยัดเวลาและน้ำมันลงได้ เมื่อผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนแฝงจากค่าเช่าที่และค่าเดินทาง ก็สามารถจำหน่ายสินค้าในราคาย่อมเยาลง ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการนำผลผลิตของเกษตรกรมาจำหน่ายที่ตลาดนัดเซเว่นฯ ผู้บริโภคก็ได้อุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรโดยตรง ในราคาไม่ผ่านคนกลาง เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพลงไปได้
ขยายโอกาส ขยายสาขา
จากกระแสตอบรับที่ดี ซีพี ออลล์ จึงเดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านที่จัดตลาดนัดเซเว่นฯ เพื่อขยายโอกาสสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยมากขึ้น จากเดิมมีสาขานำร่องจำนวน 65 สาขา ขยายเพิ่มอีก150 สาขา ปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 215 สาขา ครอบคลุม 6 ภูมิภาคทั่วไทย
รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรสามารถนำสินค้าเกษตรมาจำหน่ายที่ตลาดนัดเซเว่นฯ ในพื้นที่ 26 จังหวัด 45 สาขา อันเป็นผลจากการผนึกกำลังของ ซีพี ออลล์ และ กรมส่งเสริมการเกษตร

ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย
แคมเปญ “ตลาดนัด 7-Eleven ไทยช่วยไทย” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดพื้นที่ค้าขายชั่วคราว แต่คือการ สร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยการเปลี่ยนพื้นที่หน้าร้านให้กลายเป็น "ลานชุมชน" เชื่อมโยงผู้คนในท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอันเป็นรากแก้วสำคัญของประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤติ และเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง




