‘จุลพันธ์’ เซ็น MOU ร่วมรัฐมนตรีฯ ศรีลังกา นำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ป้อนภาคก่อสร้าง - เกษตร รองรับความต้องการของเศรษฐกิจ หวังจ้างงานเป็นธรรม - ปลอดภัย - คุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม
วันที่ 14 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายวิจิตา เหรัต (H.E. Vijitha Herath) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การจ้างงานต่างประเทศ และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) และบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย (Agreement) ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เพื่อวางกรอบการจัดส่งและรับแรงงานระหว่างสองประเทศให้เป็นระบบ ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม

ภาพประกอบข่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูทั้งสองประเทศครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มช่องทางจัดหาแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยจะเปิดให้แรงงานศรีลังกาเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนไม่เกิน 10,000 คน เพื่อสนับสนุนกำลังแรงงานในภาคการก่อสร้าง ภาคเกษตรกรรม และสาขาอื่นที่มีความต้องการตามนโยบายและกฎหมายของประเทศไทย ทั้งนี้ การนำเข้าแรงงานจะดำเนินการตามความต้องการจ้างงานจริงและผ่านขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การนำแรงงานทั้งหมดเข้ามาในคราวเดียว
ภายใต้ MOU และ Agreement ทั้งสองประเทศจะร่วมกันกำกับดูแลกระบวนการสรรหา จัดส่ง และจ้างงานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางให้สามารถตรวจสอบและติดตามได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม การหลอกลวงแรงงาน การจัดหางานโดยมิชอบ และการค้ามนุษย์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นายจ้างและแรงงาน
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายแรงงาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจในอนาคต

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว
การลงนามครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ศรีลังกาในมิติด้านแรงงาน ต่อยอดจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพระพุทธศาสนา สู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
“กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับกระบวนการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม และการคุ้มครองแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มกำลังแรงงานในสาขาที่จำเป็น เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการ และสร้างหลักประกันว่าแรงงานศรีลังกาจะได้รับการจ้างงานที่เป็นธรรม ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม” นายจุลพันธ์ กล่าว




