News Logo
หน้าแรก
ซีพี ผนึก อว. ลุย Talent Mobility เปลี่ยนงานวิจัยเป็นธุรกิจจริง

ซีพี ผนึก อว. ลุย Talent Mobility เปลี่ยนงานวิจัยเป็นธุรกิจจริง

22 ต.ค. 2569 22:17
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ซีพี ผนึก อว. ดัน Talent Mobility เชื่อมงานวิจัยสู่ธุรกิจจริง เร่งต่อยอด AI–Future Food–Biotech สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดการแข่งขันไทย

01_อว_0

ภาพประกอบข่าว

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลังขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคน-นักวิจัยทักษะสูง และต่อยอดผลงานนวัตกรรมของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือ “TALENT MOBILITY for Future Industries เชื่อมพลังคนเก่ง ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน” มุ่งเชื่อมโยงบุคลากรศักยภาพสูงจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศเข้ากับโจทย์ธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เกิดการใช้ประโยชน์จริง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมในระดับยุทธศาสตร์ของไทย อาทิ เกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ และปัญญาประดิษฐ์

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ จัดขึ้นภายในงาน CP Innovation Exposition 2026 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้ลงนาม

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “Thailand's Talent Strategy for Future Industries and Flagship Initiatives” ว่า “ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบพัฒนากำลังคนและนวัตกรรม โดยเปลี่ยนจากการมุ่งลงทุนในเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างเศรษฐกิจนวัตกรรมที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Innovation Economy) ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนที่มีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

02_อว_0

ภาพประกอบข่าว

“หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงศักยภาพของมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนความสามารถของบุคลากรแต่ละคนให้กลายเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการปรับระบบการศึกษาให้ให้ความสำคัญกับทักษะและสมรรถนะมากกว่าใบปริญญา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านหลักสูตรระยะสั้น ระบบรับรองทักษะ และธนาคารทักษะ (Skill Bank) เพื่อให้คนไทยสามารถพัฒนาความรู้ความสามารถได้อย่างต่อเนื่อง”

“เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทคนไทยจากผู้แสวงหางาน (Job Seeker) ไปสู่ผู้สร้างงาน (Job Creator) เพื่อให้การพัฒนากำลังคนไม่เพียงตอบโจทย์ตลาดแรงงานในปัจจุบัน แต่ยังช่วยสร้างธุรกิจ อุตสาหกรรม และโอกาสการเติบโตใหม่ให้ประเทศไทยในระยะยาว”

04_คุณยศ_0

ภาพประกอบข่าว

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “คนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคตประเทศ เราจึงต้องสร้างระบบนิเวศที่เปิดโอกาสให้คนเก่ง นักวิจัย และบุคลากรทักษะสูง ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยเชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย และความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพราะความร่วมมือที่มีคุณค่า ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ที่ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน ภาครัฐสามารถขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนากำลังคนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภาคเอกชนเข้าถึงบุคลากรทักษะสูง งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ขณะที่นักวิจัยมีโอกาสนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานจริง และนิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์อุตสาหกรรมจริง พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสในการทำงานและเส้นทางอาชีพในอนาคต”

“เครือซีพีจะร่วมมือกับกระทรวง อว. ในการเชื่อมโยงบุคลากรวิจัยศักยภาพสูงทั้งในและต่างประเทศ ให้สามารถทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม พร้อมพัฒนากลไกการจ้างงานและเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ ยกระดับทักษะกำลังคนผ่านหลักสูตรและศูนย์การเรียนรู้ด้าน Upskill/Reskill ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนผลักดันงานวิจัย นวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อให้ภาคการศึกษาและภาคธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งมอบและผู้ใช้ความรู้ แต่เป็นพันธมิตรที่ร่วมกันสร้างนวัตกรรม ยกระดับอุตสาหกรรมเดิม และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงให้กับประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงานคุณภาพ สร้างโอกาสให้คนไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

05_ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์_0

ภาพประกอบข่าว

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “กระทรวง อว. ได้ดำเนินนโยบายการเคลื่อนย้ายบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการวิจัยในภาคอุตสาหกรรม หรือ Talent Mobility มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยสู่ภาคเอกชน เปิดโอกาสให้อาจารย์และนักวิจัยนำความเชี่ยวชาญไปช่วยแก้ปัญหา พัฒนาเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าในสายอาชีพและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง”

“ปัจจุบันกระทรวงมุ่งพัฒนากลไก Talent Mobility ให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น และออกแบบรูปแบบความร่วมมือเฉพาะที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร ความร่วมมือกับเครือซีพี จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเชื่อมเครือข่ายบุคลากรและสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเข้ากับโอกาสในภาคธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนากำลังคนผ่านการเพิ่มทักษะ (Upskill) การปรับทักษะ (Reskill) และการสร้างทักษะใหม่ (New Skill) ควบคู่กับการผลักดันงานวิจัยและเทคโนโลยีให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างคุณค่าร่วมกันแก่ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศ”

03_อว_0

ภาพประกอบข่าว

ทั้งนี้ แนวทางสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีและงานวิจัยเข้ากับยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ (4 Flagship Initiatives) ได้แก่

• Mega Farming การยกระดับเกษตรกรรมขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล โดยประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการผลิตภาคเกษตร

• Precision Biotechnology การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพความแม่นยำ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง

• Future Food การเชื่อมโยงองค์ความรู้และงานวิจัยด้านอาหารและโภชนาการกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าให้แก่อุตสาหกรรมอาหาร

• Biomanufacturing การต่อยอดเทคโนโลยีชีวภาพสู่กระบวนการผลิตระดับอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม

08_อว_0

ภาพประกอบข่าว

นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรในสาขาเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูล (AI & Data) เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ ควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) พลังงาน และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสองฝ่ายมีแนวทางกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานภายในระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมการเชื่อมโยงและพัฒนาบุคลากรทักษะสูงไม่น้อยกว่า 1,250 คน การสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย 10 แห่ง และการพัฒนาโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางพัฒนาหลักสูตรและโครงการเพิ่มทักษะและปรับทักษะบุคลากร (Upskill/Reskill) พร้อมตั้งเป้าผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การทดลองใช้งานจริงหรือการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 20 ผลงาน โดยครอบคลุมนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก นักวิจัยหลังปริญญาเอก บุคลากรวิจัยศักยภาพสูงจากทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนบุคลากรของเครือซีพีและบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ความร่วมมือ Talent Mobility for Future Industries ครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดี มหาลัยเกษตรศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงชาครีย์ กิติยากร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองอธิการบดีฝ่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าทางวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คเณศ คัจฉสุวรรณมณี รองอธิบการฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมงาน โดยทุกภาคส่วนมีเป้าหมายร่วมกันในการเปิดโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะนิสิต-นักศึกษา และนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงสามารถนำความรู้และความสามารถไปสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มที่ พร้อมเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซิกเว่ CEO ทรู ชี้ AI เปลี่ยนวิธีสร้างคุณค่าขององค์กรยุคใหม่
ซิกเว่ CEO ทรู ชี้ AI เปลี่ยนวิธีสร้างคุณค่าขององค์กรยุคใหม่