อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ผนึกกำลัง มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ ยกระดับจัดโครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 7” เฟ้นหาทีมเยาวชนทั่วไทย ผสานไอเดียรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน
เปิดพื้นที่แห่งโอกาส สร้างรากฐานความดีสู่สังคม เมื่อวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ จัดโครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 7” ภายใต้แนวคิด “Waste to Wonder : Connect for Change จุดประกายคุณค่า พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” นำโดย ดร.ชลิดา อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ภาพประกอบข่าว
โครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม” ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ และมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ได้ต่อยอดแนวคิดจากการจัดการวัสดุเหลือใช้ สู่การสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ ภายใต้แนวคิด “Waste to Wonder” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนมองเห็นศักยภาพของสิ่งที่หลายคนมองว่าไร้ประโยชน์ นำมาพัฒนาเป็นผลงานหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน พร้อมเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความพิเศษของโครงการในปีที่ 7 คือ การผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยส่งเสริมให้เยาวชนศึกษา และทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ของตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้ทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหา และพัฒนาความคิดให้กลายเป็นโครงการที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณขยะ การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า หรือ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน อันเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างคนรุ่นใหม่กับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากระดับท้องถิ่นสู่สังคมในวงกว้าง

ภาพประกอบข่าว
โดยในปีนี้ มีทีมเยาวชนจากทั่วประเทศกว่า 100 ทีม ก่อนคัดเลือกเพียง 13 ทีม เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยเยาวชนจะได้รับคำแนะนำ และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพ และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้มากยิ่งขึ้น ทีมที่ได้รับรางวัลจะได้รับทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ และรางวัลพิเศษ “โล่เกียรติคุณสุดยอดแห่งความยั่งยืน” เพื่อเชิดชูผลงานที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างคุณค่า และการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนให้เยาวชนสามารถนำองค์ความรู้ และประสบการณ์จากการแข่งขันไปต่อยอดสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและชุมชนในอนาคต
นอกจากนี้ โครงการยังได้รับเกียรติจาก คุณวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน หน่วยงาน กรมส่งเสริมการเกษตรมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “ด้านการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในชุมชน” เพื่อเปิดมุมมองให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของวิสาหกิจชุมชน การสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในท้องถิ่น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดชุมชน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวคิด และผลงานให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง พร้อมสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเยาวชนกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ภาพประกอบข่าว
ผลงานที่เข้าร่วมประกวดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ที่พร้อมเปลี่ยนปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนา ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้ และทรัพยากรในท้องถิ่นมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ หรือ แนวทางแก้ไขปัญหาที่มีคุณค่า โดยผลงานเหล่านี้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความรู้ และความสามารถของคนรุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความเข้าใจในปัญหาของชุมชน และความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
ผลการแข่งขันโครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 7” ทีมเยาวชนที่ได้รับรางวัล ได้แก่
รางวัลชนะเลิศ ทีม ไข่ผำ นำวิถี ศรีสโมสรวิทยา โรงเรียนศรีสโมสรวิทยา จังหวัดชัยนาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม NH Circular โรงเรียนหนองหานวิทยา จ.อุดรธานี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม เด็กปั้น โรงเรียนหนองหานวิทยา จ.อุดรธานี
รางวัลสุดยอดความยั่งยืน ทีม สามพลังเพื่อชุมชน โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้ ผลงานของเยาวชนทุกทีม นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และขยายผลสู่การสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมในระยะยาว
ภาพประกอบข่าว
ภาพประกอบข่าว
ดร.ชลิดา อนันตรัมพร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “กว่า 7 ปี ของโครงการต้นกล้าความดีของสังคม ที่เราได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการปลูกฝังคุณธรรม จิตสำนึกสาธารณะ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนไทย เพราะเราเชื่อว่าเยาวชนในวันนี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม และประเทศชาติในอนาคต โดยปีนี้ แนวคิด ‘Waste to Wonder : Connect for Change จุดประกายคุณค่า พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน’ ตั้งใจให้เยาวชนมองเห็นว่า วัสดุเหลือใช้ หรือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งไร้ค่าเสมอไป หากเรามีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือที่ดี ก็สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างประโยชน์ได้ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ พร้อมเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงมีความรู้ความสามารถ แต่ยังมีหัวใจแห่งการแบ่งปัน รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อชุมชนและโลกที่น่าอยู่ให้แก่คนรุ่นต่อไป”

ภาพประกอบข่าว
โครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 7” จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวดผลงานของเยาวชน แต่เป็นเวทีแห่งการบ่มเพาะความดี จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และเชื่อมโยงพลังของคนรุ่นใหม่เข้ากับชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าจากสิ่งใกล้ตัว เปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส และขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า “จากต้นกล้าแห่งความดี สู่พลังสร้างการเปลี่ยนแปลง” เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นได้จากความดีเล็ก ๆ ที่ทุกคนร่วมกันลงมือทำ




