News Logo
หน้าแรก
โฆษก ปปง. ยัน บ่ายนี้ชี้ขาด ส่งสำนวนอัยการยึดทรัพย์ ยิม เลียก-เบน สมิธ

โฆษก ปปง. ยัน บ่ายนี้ชี้ขาด ส่งสำนวนอัยการยึดทรัพย์ ยิม เลียก-เบน สมิธ

11 ก.พ. 2569 12:59
ผู้ชม 96 คน

โฆษก ปปง.รับหนังสือกลุ่มผู้เสียหายคอลเซ็นเตอร์ ลุ้นช่วงบ่าย กก.ธุรกรรมพิจารณาคำชี้แจง ทนายเครือข่าย 'ยิม เลียก-เบน สมิธ' เจ้าของทรัพย์ ยืนยัน ปปง. มั่นใจพยานหลักฐาน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายถูกกล่าวหา คำชี้แจงฟังไม่ขึ้น กก.ธุรกรรม จะส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มผู้เสียหายจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 150 ราย นำโดย นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ แกนนำภาคประชาชนช่วยเหลือผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และประธานคณะกรรมการธุรกรรม เพื่อคัดค้านการเพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งที่ ย.300/2568 พร้อมทั้งแสดงจุดยืนสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรมในการดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงเครือข่ายของนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ หรือเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ โดยมีนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ลงมารับหนังสือด้วยตนเอง

นายวิทยากล่าวชี้แจงถึงการดำเนินงานของ ปปง. ในคดีหลอกลวงขนาดใหญ่ ครอบคลุมถึงการพิจารณาอายัดทรัพย์สิน การให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกอายัด และการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ ปัจจุบัน ปปง. ได้อายัดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท จากกลุ่มสแกมเมอร์รายสำคัญ ซึ่งรวมถึงหุ้นบางจากมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก

โฆษก ปปง.ระบุว่า เจ้าของทรัพย์สิน (เครือข่ายนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ)ที่ถูกอายัดได้เข้ามาให้ชี้แจงที่มาของทรัพย์สินแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นทนายความที่มาให้ข้อมูลแทนเจ้าของทรัพย์และเจ้าของเงินทุนที่นำไปซื้อหุ้น

นายวิทยายังเปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันที่มีการแถลงข่าวนี้ คณะกรรมการธุรกรรมจะพิจารณาคำชี้แจงดังกล่าว หากรับฟังได้ตามหลักฐานและเหตุผลที่ถูกต้องตามกฎหมาย การอายัดอาจถูกเพิกถอน แต่หากชี้แจงไม่ได้ คณะกรรมการจะมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป ปปง. มั่นใจในพยานหลักฐานที่รวบรวมมา แต่ย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมและรับฟังคำชี้แจงของทุกฝ่ายตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีมาตรฐานการพิจารณาคือ การตรวจสอบว่าทรัพย์สินนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน และเงินที่นำมาซื้อทรัพย์สินมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน นอกจากนี้ หากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ผู้เสียหายยังสามารถนำเสนอหลักฐานหรือข้อมูลใหม่เพิ่มเติมต่อ ปปง. ได้

ในส่วนของข้อกังวลจากผู้เสียหายบางรายที่ไม่แน่ใจว่าคดีของตนจะเข้าข่ายตามประกาศคุ้มครองสิทธิ์ของ ปปง. หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ปปง. แนะนำให้ผู้เสียหายประสานงานกับหน่วยงานต้นเรื่อง เช่น ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ก่อน หากทรัพย์สินไม่มาก ตำรวจสามารถคืนได้ แต่หากเป็นคดีใหญ่ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากและเส้นทางการเงินซับซ้อน จะส่งเรื่องมาที่ ปปง. ปปง. กำลังพยายามประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เพื่อสร้างศูนย์กลางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะประกาศลักษณะสำคัญของคดีที่ได้รับการคุ้มครอง เพื่อให้ผู้เสียหายตรวจสอบได้ ผู้เสียหายยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1710 เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าคดีของตนเกี่ยวข้องกับการประกาศคุ้มครองหรือไม่ หากใกล้เคียงจะเปิดโอกาสให้ยื่นเอกสารข้อมูลเข้ามา โดยที่ผ่านมา ปปง. สามารถคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายได้ประมาณ 70-80% ของผู้ที่ยื่นเรื่องเข้ามา

โฆษก ปปง. ยังได้กล่าวถึงกฎหมายใหม่เพื่อการคืนเงินที่รวดเร็วขึ้น ตาม พ.ร.บ. ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับใหม่ ที่ออกปลายปีที่ผ่านมา กรณีที่เป็นเงินสดอย่างเดียว สามารถคุ้มครองสิทธิ์โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาลที่ยืดเยื้อ ระเบียบรองรับของกระทรวงกำลังจะแล้วเสร็จ เพื่อประกาศให้ผู้เสียหายยื่นเรื่องเข้ามา และหากไม่มีผู้โต้แย้ง คณะกรรมการธุรกรรมสามารถสั่งคืนเงินได้ทันที แต่หากมีการโต้แย้ง คดีจะไปสิ้นสุดที่ศาลอุทธรณ์ ไม่ต้องถึงศาลฎีกา

ในประเด็นอื่นๆ โฆษก ปปง. ย้ำว่า การอ้างความบริสุทธิ์จากกฎหมายต่างประเทศ เช่น การอ้างว่าชื่อถูกถอนจากร่างกฎหมายปรับสแกมเมอร์ของสหรัฐฯ ไม่ใช่สาระสำคัญที่จะทำให้การพิจารณาของ ปปง. ในไทยเปลี่ยนแปลงไป เพราะ ปปง. พิจารณาจากที่มาของทรัพย์สินตามกฎหมายไทย ปปง. ยังมีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติต่อไป แต่ส่วนยังยังไม่สามารถให้รายละเอียดในกรณีนี้ได้เื่องจากเป็นความลับในกระบวนการสืบสวน

โฆษก ปปง. ได้เน้นย้ำว่า มาตรการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าโอนเงิน หากมีการหลอกให้โอนเงินคือการหลอกลวงอย่างแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมากล่าวถึงความผิดปกติในการเบิกเงินสดมูลค่ามหาศาลในช่วงเลือกตั้ง

โฆษก ปปง.กล่าวว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการถอนเงินสดจำนวนมาก มากกว่า 500 ล้านบาท ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และได้ประสานข้อมูลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อสนับสนุนการทำงานของ กกต. แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากเป็นความลับและยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย