นักเคลื่อนไหวมาเลย์ เผยอาณาจักรสแกมออนไลน์แห่งใหม่ "KK Park 2.0" ผุดขึ้นริมชายแดนไทย-เมียนมา ใกล้ "KK Park" เดิมที่ถูกรื้อถอน หวั่นเป็นสัญญาณวิวัฒนาการอันตรายของอาชญากรรมข้ามชาติ ชี้มีเหยื่อชาวมาเลเซียกว่า 150 คนถูกหลอกไปทำงาน
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงข่าวจากสำนักข่าวในประเทศมาเลเซีย ที่รายงานข่าวความเคลื่อนไหวของศูนย์ฉ้อโกงแห่งใหม่ริมชายแดนไทย-เมียนมา เนื้อหาระบุว่า รายงานข่าวล่าสุดจากชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดกะเหรี่ยงได้เปิดเผยการจัดตั้งศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์แห่งใหม่ที่เรียกว่า “KK Park 2.0” ในอำเภอเมียวดี ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินการที่แตกต่างจากศูนย์เดิมที่ถูกรื้อถอนไปก่อนหน้านี้
นายแอนดรูว์ ฟู นักเคลื่อนไหว ชาวมาเลเซียที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ได้เปิดเผยภาพถ่ายและข้อมูลว่า ได้ค้นพบศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์แห่งใหม่ที่ซับซ้อน ตั้งอยู่ในป่าทึบห่างจาก KK Park เดิมประมาณ 5 กิโลเมตร ศูนย์แห่งนี้ถูกตั้งชื่อว่า “Qingsong Park” หรือ “Thai Hoa Garden” และกำลังขยายการก่อสร้างอย่างรวดเร็ว โดยมีการเรียกขานกันว่า “KK Park 2.0”
นายฟูกล่าวว่า การปรากฏขึ้นของ "KK Park 2.0" สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ โดยแทนที่จะรวมตัวกันในศูนย์กลางขนาดใหญ่เหมือน KK Park เดิมที่มีอาคารกว่า 630 หลัง และถูกกวาดล้างไปแล้วด้วยความร่วมมือระหว่างจีน เมียนมา และไทย แต่ขณะนี้กลุ่มอาชญากรได้ปรับเปลี่ยนมาดำเนินงานในรูปแบบที่กระจัดกระจายออกไปเป็นหน่วยย่อยๆ ในแต่ละพื้นที่ โดยมีการตั้งเป็นแคมป์หรือสถานที่พักเดี่ยวๆ ซึ่งทำให้การติดตามและปราบปรามเป็นไปได้ยากขึ้น
ภาพถ่ายที่ทีมของนายฟูได้มาเผยให้เห็นอาคารสูง 3-4 ชั้นหลายตึก โดยทุกหน้าต่างมีการเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กดัดและตาข่ายเหล็กเชื่อมหลายชั้น รั้วรอบอาณาเขตเป็นรั้วเหล็กสูงหลายชั้นติดตั้งกล้องวงจรปิดล้อมรอบ, พื้นที่โดยรอบเป็นภูเขาและป่าไม้ที่ห่างไกลจากชุมชน ภายในคอมเพล็กซ์ยังพบเห็นรถยนต์ลาดตระเวนและเสื้อผ้าที่ตากอยู่ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้มีการใช้งานและมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบกองวัสดุก่อสร้างจำนวนมากที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งดำเนินการหลอกลวงทางโทรคมนาคม โดยมีอาชญากรที่หลบหนีมาจากประเทศเพื่อนบ้านมาดำเนินการอยู่ และคาดว่ามีชาวมาเลเซียอย่างน้อย 150 คนถูกล่อลวงให้เข้ามาทำงานภายในคอมเพล็กซ์นี้ด้วยข้ออ้างที่บิดเบือน นายฟูเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมภายในว่าเหมือน "ศูนย์กักกันขนาดใหญ่" มากกว่าธุรกิจที่ถูกกฎหมาย
นายฟูเตือนว่าอุตสาหกรรมการหลอกลวงกำลังเข้าสู่ "วิวัฒนาการที่อันตราย" โดยมีการแตกแขนงและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปเรื่อยๆ “ขับรถวนรอบก็ต้องใช้เวลามากกว่าสิบนาทีในการวนรอบโซนหลัก” นายฟูเน้นย้ำ “นี่ไม่ใช่ที่ดินว่างเปล่า มันใช้งานอยู่แล้ว” พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ให้หมดสิ้น เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของอาชญากรรมข้ามชาติ







