"...ในการพิพากษาคดีนี้ ตุลาการเสียงข้างน้อยมีความเห็นแย้งในประเด็นที่ว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิฟ้องต่อศาลในข้อหาความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือไม่ ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเรียกคืนคลื่นความถี่และการกำหนดค่าตอบแทนคือผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (ผู้ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่) ไม่ใช่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเพียง "ผู้ที่ได้รับผลกระทบ" ตามนิยามของประกาศ กสทช. ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรงจากการกระทำของ คณะกรรมการ กสทช...."
กรณีศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด คู่สัญญากับ บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คณะกรรมการ(บอร์ด) กสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และบมจ. อสมท เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ยกเลิกมติ กสทช. เกี่ยวกับผลการพิจารณาการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขการทดแทน ชดใช้ หรือ จ่ายค่าตอบแทน ให้แก่ บมจ. อสมท และบริษัท เพลย์เวิร์ค โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 3 ร่วมกันหรือแทนกัน รับผิดต่อผู้ฟ้องคดี ชำระเงินรวม 17,543.96 ล้านบาท รวมถึงดอกเบี้ยผิดนัด ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีกรณีการเยียวยาจากการยึดคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์
โดยศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้ สำนักงาน กสทช. จ่ายเงินให้กับบริษัท เพลย์เวิร์ค เป็นเงิน 2,157,224,503.29 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 และให้ดำเนินแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ส่วน อสมท ได้รับการชดใช้เป็นเงิน 1,078,612,251.64 บาท
เบื้องต้น มีคำชี้แจงจากแหล่งข่าวกสทช.ไปแล้วว่า กรณีนี้ กสทช. มีมติจ่ายเงินให้ อสมท 3 พันล้านอยู่แล้ว โดยแบ่งจ่ายตามงวดที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมจ่ายมา แต่บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด อยากให้ กสทช. มีมติแบ่งเงินเป็นคนละครึ่งกับ อสมท ทุกงวดที่ได้รับเงิน แต่มติ กสทช. ไม่เห็นด้วย ให้จ่าย อสมท ทั้งหมดส่วนอสมท จะจ่ายบริษัท เพลย์เวิร์คเท่าไหร่ฯ เป็นเรื่องของ อสมท เพราะบริษัทเพลย์เวิร์คฯ ไม่ใช่คู่สัญญากับ กสทช. แต่เป็น อสมท ที่เป็นคู่สัญญา
"ดังนั้นเรื่องผลกระทบด้านการเงินไม่มี เพราะบอร์ด กสทช มีมติจ่ายเงิน 3 พันล้านบาท ให้ อสมท อยู่แล้ว คำพิพากษาออกมาอย่างไร กสทช.ก็ปฎิบัติตามเท่านั้น เงินที่จะจ่ายมีมติไว้เรียบร้อยแล้วและก็จ่าย อสมท ตลอดมา" แหล่งข่าวจาก กสทช. ระบุ

ภาพประกอบรายงาน
กสทช.อ่วม! แพ้คดีเรียกคืนคลื่น ศาลปค.กลางสั่งชดใช้ 3 พันล้าน
เบื้องลึก! ฟ้องคดีคืนคลื่น เพลย์เวิร์คฯ อยากแบ่งเงินอสมท-โดน กสทช.ค้าน
ต่อไปเป็นรายละเอียดคำพิพากษาคดีนี้ ที่สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบล่าสุด
@ ความเป็นมาของคดี
คดีนี้ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) ฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1), คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2), และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) เกี่ยวกับความรับผิดที่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายและสัญญาทางปกครอง
ความเป็นมาของคดีเกิดจากการที่ผู้ฟ้องคดีได้ทำสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกบนคลื่นความถี่ MMDS กับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 แต่ต่อมา คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ได้มีมติเรียกคืนคลื่นความถี่ 2500 – 2690 เมกะเฮิรตซ์ ตามประกาศ กสทช. ปี 2561
ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่ามติ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) เกี่ยวกับการกำหนดค่าทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม เนื่องจากใช้ระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น และกระบวนการพิจารณาไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
@ การพิจารณาของศาลและข้อกล่าวอ้างของผู้ฟ้องคดี
บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด โต้แย้งมติ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ในการประชุม 3 ครั้ง (2/2563, 3/2563, 10/2563) โดยเฉพาะมติที่มอบหมายให้ศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาเพิ่มเติมรายงานฉบับสมบูรณ์เพียงรายเดียว และเห็นชอบหลักการกรณีที่ดีที่สุด (Best Case) ตามผลการศึกษาดังกล่าว
บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด เห็นว่า คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) นำผลการศึกษาของสถาบันเดียวมาเป็นฐานในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ตามกฎหมาย และไม่ได้ให้โอกาสผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้ง
บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด อ้างว่าระยะเวลาการคำนวณค่าตอบแทนที่กำหนดไว้ 6 ปี 5 เดือนนั้นไม่ถูกต้องตามข้อ 8.2.1 ของแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ. 2555) ซึ่งควรกำหนดระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปีขึ้นไปตามสัญญา MMDS ทำให้มูลค่าการชดใช้ไม่เหมาะสมและไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้อย่างครบถ้วน
ข้อกล่าวหาการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบและความเสียหาย บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด กล่าวหาว่า คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่สุจริต โดยจงใจแก้ไขรายงานและผลการศึกษาเพื่อให้มีการกำหนดค่าชดใช้และค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และผู้ฟ้องคดีต่ำกว่าความเป็นจริง
บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด อ้างว่าการกระทำของ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ทำให้เกิดส่วนต่างรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เหลือเข้าสู่กองทุนวิจัยและพัฒนาฯ ในจำนวนมากโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นความเสียหายจากการกระทำโดยไม่มีอำนาจ นอกเหนืออำนาจ หรือไม่ถูกต้องตามขั้นตอน
บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด เรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าชดใช้จากการลงทุนตามสัญญา MMDS เป็นเงิน 934,475,689 บาท และค่าตอบแทนค่าขาดประโยชน์จากการเสียโอกาสในการประกอบธุรกิจตลอดอายุสัญญา (อย่างน้อย 20 ปี) เป็นเงิน 14,940,360,426.42 บาท รวมเป็นเงิน 15,879,836,115.42 บาท พร้อมดอกเบี้ย
@ คำขอท้ายฟ้องคดี
บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด ขอให้ศาลเพิกถอนมติของ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) หลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการมอบหมายการศึกษาเพิ่มเติม การรับทราบผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และการกำหนดอายุการถือครองคลื่นความถี่และจำนวนค่าตอบแทน,
คำขอให้มีการเลิกสัญญา MMDS นับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2562 หรือ 11 กันยายน 2563 และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินรวม 17,543,955,927.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
คำให้การของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (สำนักงาน กสทช.)
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การจัดสรรคลื่นความถี่ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (พ.ศ. 2533) การทำสัญญาระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (พ.ศ. 2553, 2559) จนถึงการออกประกาศเรียกคืนคลื่นความถี่ของ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) (พ.ศ. 2561),
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระบุว่า คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) มีมติเห็นชอบการเรียกคืนคลื่นความถี่ 2500 - 2690 เมกะเฮิรตซ์ จากผู้ได้รับอนุญาต 3 ราย (รวมถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) และกำหนดวันสิ้นสุดการอนุญาต 45 วันนับจากวันที่มีมติ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา 3 ราย (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, TDRI) เพื่อประเมินมูลค่าการเรียกคืนและการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนตามประกาศ กสทช.
การพิจารณาค่าตอบแทนและกระบวนการทางปกครองโดย คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2)
คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) มีมติเห็นชอบหลักการและวิธีคิดกรณีที่ดีที่สุด (Best Case) ตามผลการศึกษาเพิ่มเติมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำหนดให้พิจารณาอายุการถือครองคลื่นความถี่
คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) มีมติในการประชุมครั้งที่ 10/2563 กำหนดอายุการถือครองคลื่นความถี่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เป็น 6 ปี 5 เดือน และมูลค่าการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนรวม 3,235,836,754.93 บาท
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โต้แย้งว่ามติของ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) (ครั้งที่ 2/2563, 7/2563, 8/2563, 13/2563) เป็นเพียงกระบวนการพิจารณาทางปกครองเพื่อนำไปสู่การกำหนดสัดส่วนค่าตอบแทนเท่านั้น และมติเหล่านั้นยังไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดี
ความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินการของ กสทช.
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อ้างว่า คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) มีอำนาจตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา 27 ในการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนโดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช. และให้โอกาสผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 รับทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งอย่างเพียงพอแล้ว
การกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ 6 ปี 5 เดือน สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาที่สิทธิของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รับผลกระทบตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ. 2555)
ผลการศึกษาของที่ปรึกษาและการกำหนดค่าตอบแทน
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชี้แจงว่าที่ปรึกษาทั้ง 3 ราย (จุฬาลงกรณ์ฯ, ม.เชียงใหม่, TDRI) ใช้วิธีการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow Model) เพื่อหามูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ (NPV) จากการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจในการคำนวณค่าตอบแทน
ผลการศึกษาของที่ปรึกษาแต่ละรายมีความแตกต่างกันในการคำนวณค่าชดใช้และค่าตอบแทน โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสนอค่าตอบแทนกรณี Best case อยู่ที่ 3,023,116,068.30 บาท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสนอ 1,074,945,190.39 บาท และ TDRI เสนออยู่ในช่วง 13,205,466 บาท ถึง 656,592,264 บาท,
คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) เห็นชอบผลการศึกษาเพิ่มเติมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Best Case) เนื่องจากสะท้อนมูลค่าการจ่ายค่าตอบแทนได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด
การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญา
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ยืนยันว่าการดำเนินการเรียกคืนคลื่นความถี่ การทดแทน ชดใช้ และจ่ายค่าตอบแทน เป็นไปตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และประกาศ กสทช. ซึ่งเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชี้แจงว่าเนื่องจากเทคโนโลยี MMDS หยุดการพัฒนา ทำให้แนวโน้มการลงทุนตามแผนธุรกิจของผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่อาจสร้างรายได้ตามที่คาดการณ์ได้
เงินค่าตอบแทนต้องเป็นเงินรายได้จากการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ได้รับคืนเท่านั้น และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เนื่องจากไม่ใช่คู่สัญญา
คำให้การของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (อสมท)
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ให้การในทำนองเดียวกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ 2 โดยเพิ่มเติมว่ามติ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ในการเรียกคืนคลื่นความถี่ถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่ทำให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยสิ้นเชิงในทันที ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามข้อ 14.3 ของสัญญา MMDS
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เห็นว่าตนเองหลุดพ้นจากการชำระหนี้ตามมาตรา 219 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่มีความผิดสัญญาที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ระบุว่าตนเองก็เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากผลของคำสั่ง คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) เช่นกัน และได้ยื่นฟ้อง กสทช. ที่ 1 และ 2 ต่อศาลปกครองกลางแล้ว
ข้อเท็จจริงที่รับฟังได้และการวินิจฉัยประเด็นที่หนึ่ง (ความชอบด้วยกฎหมายของมติ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2))
ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (บริษัท อสมท.) ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ย่าน 2500 – 2690 เมกะเฮิรตซ์ โดยไม่มีการกำหนดอายุการใช้คลื่นความถี่ไว้ตั้งแต่ปี 2533
ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ. 2555) ข้อ 8.2.3.2 กำหนดให้กิจการโทรทัศน์มีระยะเวลาใช้คลื่นความถี่สูงสุดไม่เกิน 10 ปี นับตั้งแต่วันที่แผนแม่บทใช้บังคับ (4 เมษายน 2555 ถึง 3 เมษายน 2565),
ศาลเห็นว่าการกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ 6 ปี 5 เดือนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ตามมติ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) (ครั้งที่ 10/2563) ซึ่งรวมช่วงเวลาที่สิทธิของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รับผลกระทบ เป็นคุณกับผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 แล้ว
การกำหนดค่าตอบแทนและการแบ่งสัดส่วน
ศาลเห็นว่า มติ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) (ครั้งที่ 10/2563) ที่กำหนดค่าตอบแทนการเสียโอกาสจากการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่จำนวน 3,235,836,754.93 บาท นั้น ชอบด้วยกฎหมาย เหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว
ศาลกำหนดให้แบ่งเงินชดใช้หรือค่าตอบแทนจำนวนดังกล่าวออกเป็น 3 ส่วน โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (ผู้ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่) จำนวน 1 ส่วน (1,074,612,251.64 บาท) และผู้ฟ้องคดี (ผู้ได้รับผลกระทบ) จำนวน 2 ส่วน (2,157,224,503.29 บาท)
คำขอให้เพิกถอนมติของ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) เป็นเพียงคำขอเกี่ยวเนื่อง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่เหมาะสมและเป็นธรรม ศาลจึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาคำขอเพิกถอนมติดังกล่าว
การวินิจฉัยประเด็นที่สอง (การผิดสัญญาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3)
ศาลเห็นว่าการที่ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) มีมติเรียกคืนคลื่นความถี่ ทำให้สิทธิในการถือครองคลื่นความถี่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 สิ้นสุดลงในวันที่ 19 เมษายน 2562 ส่งผลให้สัญญาทางธุรกิจฯ ระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 กับผู้ฟ้องคดีต้องเลิกกันหรือสิ้นสุดลงโดยปริยาย
กรณีนี้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ตามข้อ 14.3 ของสัญญา เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมและทำให้การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยตามมาตรา 219 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงมิได้ปฏิบัติผิดสัญญาและหลุดพ้นจากการชำระหนี้ รวมถึงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใด ๆ พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี
คำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จ่ายเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดีรวม 2,157,224,503.29 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด (โดยคำนวณจากสัดส่วน 2 ใน 3 ส่วน ของค่าตอบแทนรวม 3,235,836,754.93 บาท)
ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนของการชนะคดี
ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และยกคำขออื่นนอกจากนี้
@ ความเห็นแย้ง (ตุลาการเจ้าของสำนวน)
ในการพิพากษาคดีนี้ ตุลาการเสียงข้างน้อยมีความเห็นแย้งในประเด็นที่ว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิฟ้องต่อศาลในข้อหาความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือไม่ ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเรียกคืนคลื่นความถี่และการกำหนดค่าตอบแทนคือผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (ผู้ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่) ไม่ใช่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเพียง "ผู้ที่ได้รับผลกระทบ" ตามนิยามของประกาศ กสทช.
ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยตรงจากการกระทำของ คณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ
...........................................................
ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามมานำเสนอต่อไป




