ปปง.ออกประกาศแนวปฏิบัติให้สถาบันทางการเงินตรวจสอบบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองรวมถึงครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด ตั้งแต่ระดับ อบต.ยัน นายกรัฐมนตรี รวมถึงบิ๊กข้าราชการทุกตำแหน่ง ทั้งกองทัพ ตำรวจ ศาล อัยการฯลฯ เพื่อป้องกันการใช้ตำแหน่งหาประโยชน์โดยมิชอบ เสี่ยงเข้าข่ายฟอกเงิน หรือสนับสนุนทางการเงินการก่อการร้าย
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง (Politically Exposed Persons: PEPs) โดยกำหนดหลักการว่าประกาศนี้เป็น "แนวทางการกำกับความเสี่ยง" มากกว่าการลงโทษหรือจำกัดสิทธิ โดยกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานใช้มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง เพื่อป้องกันการใช้ระบบการเงินเป็นเครื่องมือในการทุจริตหรือฟอกเงิน
ประกาศฉบับดังกล่าว ได้กำหนดหลักการและเหตุผลสำคัญในการกำหนดตำแหน่งของบุคคลที่มีความสำคัญในการบริหาร โดยเฉพาะการบริหารงบประมาณของรัฐเป็นบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้มีการใช้ตำแหน่งหน้าที่หรือถูกใช้ เพราะเหตุที่ได้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวในการทุจริตและกระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
ทั้งนี้ การพิจารณากำหนดตำแหน่งใดให้เป็น PEPs นั้น ไม่ได้หมายความว่า ตำแหน่งหรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้นได้กระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำทางกฎหมาย แต่หลักการสำคัญในการพิจารณาจะให้ความสำคัญในการบริหารงานเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องสำคัญและการอนุมัติใช้งบประมาณของรัฐ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การอนุมัติโครงการ การออกกฎหมายและระเบียบต่างๆ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เกิดการเรียกรับสินบน การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือการใช้อำนาจในทางที่ผิด อาจทำให้บุคคลเหล่านั้นมีความเสี่ยงสูงต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตและการฟอกเงินได้
มาตรการดังกล่าวซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม ได้แก่ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบวิชาชีพที่ไม่ใช่สถาบันการเงินจะต้องมีมาตรการในการตรวจสอบและเฝ้าระวังบุคคลที่ถูกกำหนดตำแหน่งเป็น PEPs มีมาตรการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้าอย่างเข้มข้น ทั้งบุคคลที่ถูกกำหนดตำแหน่งไว้ในประกาศ รวมถึงครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด ประกอบบุคคลในตำแหน่งดังต่อไปนี้
1) บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองในต่างประเทศ เช่น ประมุขแห่งรัฐ หัวหน้าคณะรัฐบาล นักการเมืองอาวุโส หรือข้าราชการอาวุโส เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายทหารระดับอาวุโส ผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่สำคัญของพรรคการเมือง
2) บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองในประเทศ เช่น ประมุขแห่งรัฐ หัวหน้าคณะรัฐบาล นักการเมืองอาวุโส หรือข้าราชการอาวุโส เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายทหารระดับอาวุโส ผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่สำคัญของพรรคการเมือง
3) บุคคลผู้ซึ่งได้รับมอบหมายหรือเคยได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ ประมุขแห่งรัฐหรือรัฐบาล รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ หรือทหาร ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ผู้มีบทบาทสำคัญในพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญหรือเคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวในองค์การระหว่างประเทศ และผู้ที่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าระดับดังกล่าว
ตามประกาศสำนักงาน ปปง. เรื่อง บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง การกำหนดตำแหน่ง "บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง" เป็นการกำหนดตำแหน่งตามโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้แก่ ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และใช้การเทียบเคียงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วยที่เทียบเท่ากับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และสำหรับตำแหน่งพิเศษอื่นที่ไม่มีการเทียบไว้
1.ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ได้แก่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน เช่น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
2. ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ในฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา รองเลขาธิการวุฒิสภา รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐในฝ่ายบริหาร
ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ในราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เช่น ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสำนักนายกรัฐมนตรี และอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
3. หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงและอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
4. หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ และขึ้นตรงต่อรัฐมนตรี ได้แก่ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
5. หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
1) อธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นอธิบดีสำหรับส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรมตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการ แต่มีผู้บังคับบัญชาเป็นอธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นอธิบดี ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
2) อธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นอธิบดีสำหรับส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม แต่มีผู้บังคับบัญชาเป็นอธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นอธิบดี ตามกฎหมายที่กำหนดเป็นการเฉพาะ
3) ผู้ว่าราชการจังหวัด
4) เอกอัครราชทูต
5) ผู้ตรวจกระทรวง
6) รองปลัดกระทรวง
7) รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสำนักนายกรัฐมนตรี และอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ได้แก่ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
8) รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ได้แก่ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
9) รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ และขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีได้แก่ รองเลขาธิการสภาการศึกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
10) ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งระดับสูง ได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือเทียบเท่า ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือเทียบเท่า ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดีตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เทียบเท่าอธิบดีตามระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เทียบเท่าอธิบดี พ.ศ. 2563
6.ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่
กรุงเทพมหานคร
1) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
2) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
3) ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
4) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
5) ปลัดกรุงเทพมหานคร
6) รองปลัดกรุงเทพมหานคร
เมืองพัทยา
1) นายกเมืองพัทยา
2) รองนายกเมืองพัทยา
3) ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา
4) สมาชิกสภาเมืองพัทยา
5) ปลัดเมืองพัทยา
6) รองปลัดเมืองพัทยา
องค์การบริหารส่วนจังหวัด
1) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
2) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
3) ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
4) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
5) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาลนคร
1) นายกเทศมนตรี
2) รองนายกเทศมนตรี
3) ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการนายกเทศมนตรี
4) สมาชิกสภาเทศบาล
5) ปลัดเทศบาล
เทศบาลเมือง
1) นายกเทศมนตรี
2) รองนายกเทศมนตรี
3) สมาชิกสภาเทศบาล
4) ปลัดเทศบาล
เทศบาลตำบล
1) นายกเทศมนตรี
2) รองนายกเทศมนตรี
3) ปลัดเทศบาล
องค์การบริหารส่วนตำบล
1) นายกองค์การบริหารส่วนต าบล
2) รองนายกองค์การบริหารส่วนต าบล
3) ปลัดองค์การบริหารส่วนต าบล
7.ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในศาล
1) ศาลยุติธรรม
2) ประธานศาลฎีกา
3) รองประธานศาลฎีกา
4) ข้าราชการตุลาการที่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานศาลซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่อธิบดี ผู้พิพากษาขึ้นไป เช่น ประธานศาลอุทธรณ์ประธานศาลอุทธรณ์ภาค (ภาค 1-9) รองประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีผู้พิพากษาภาค (ภาค 1-9) และผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไปที่มีอำหนาจหน้าที่ในการบริหารงานศาล
ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและเทียบตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน เช่น อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานศาลกลาง อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง อธิบดีผู้พิพากษาศาลศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค
5) เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
6) รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
1) ประธานศาลปกครองสูงสุด
2) รองประธานศาลปกครองสูงสุดหรือตำแหน่งที่เทียบเท่ารองประธานศาลปกครองสูงสุด
3) ข้าราชการตุลาการศาลปกครองที่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานศาลซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไป เช่น ประธานศาลปกครองกลาง รองประธานศาลปกครองกลาง อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น
4) ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไปที่มีอำหนาจหน้าที่ในการบริหารงานศาล ทั้งนี้ตามประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง เรื่องการกำหนดตำแหน่งและเทียบตำแหน่งตุลาการศาลปกครองที่เรียกชื่ออย่างอื่น
5) เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
6) รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
1) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
2) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
3) เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
4) รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
8.ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่
1) ตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
2) หัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น เลขาธิการและรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการและรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เลขาธิการและรองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ว่าการและรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เลขาธิการและรองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
9.ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอัยการ ได้แก่
1) อัยการสูงสุด
2) รองอัยการสูงสุด
3) ผู้ตรวจการอัยการ
4) ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่อธิบดีอัยการขึ้นไป เช่น อธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการภาค
5) เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด
6) รองเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด
10.ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของฝ่ายทหาร ได้แก่
1) ปลัดกระทรวงกลาโหม
2) รองปลัดกระทรวงกลาโหม
3) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
4) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
5) ผู้บัญชาการทหารบก
6) รองผู้บัญชาการทหารบก
7) ผู้บัญชาการทหารเรือ
8) รองผู้บัญชาการทหารเรือ
9) ผู้บัญชาการทหารอากาศ
10) รองผู้บัญชาการทหารอากาศ
11) ข้าราชการทหารซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าอธิบดีตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่เทียบเท่าอธิบดี
11.ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ ผู้บริหารสูงสุด และรองผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บริษัท ขนส่ง จ ากัด (บขส.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
12.ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้แก่
1) ประธานกรรมการ กรรมการ เลขาธิการและรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
2) ประธานกรรมการนโยบาย กรรมการนโยบาย กรรมการบริหาร ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
3) ประธานกรรมการ กรรมการ เลขาธิการและรองเลขาธิการสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน
4) ผู้ว่าการและรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
5) เลขาธิการและรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
6) เลขาธิการและรองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
7) อธิการบดีและรองอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
8) ผู้บริหารสูงสุดและรองผู้บริหารสูงสุดขององค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน เช่น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
9) ผู้บริหารสูงสุดและรองผู้บริหารสูงสุดของทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียน เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กองทุนประกันชีวิตกองทุนประกันวินาศภัย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนสงเคราะห์ สำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
10) ผู้บริหารสูงสุดและรองผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐนอกจากที่กำหนด เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
13.ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง เช่น หัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิก และกรรมการบริหารอื่น
14.ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในต่างประเทศและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์การระหว่างประเทศ ให้พิจารณาเทียบเคียงกับตำแหน่งของบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองในประเทศไทย
ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวนี้ทาง ปปง.ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานให้กับสถาบันการเงินว่าจะต้องดำเนินการตตรวจสอบอบ่างไรบ้าง โดยย้ำหลักการสำคัญว่า
• ไม่ห้ามทำธุรกรรมกับ PEPs
• ต้องใช้หลักการบริหารความเสี่ยงเป็นรายบุคคล
• ต้องมีระบบควบคุมภายในและกระบวนการอนุมัติที่ชัดเจน
• หากพบความเสี่ยงฟอกเงินหรือสนับสนุนการก่อการร้าย ต้องรายงานตามกฎหมาย




