News Logo
หน้าแรก
แบงก์ชาติรับเงินเฟ้อพุ่ง เซ่นน้ำมันโลกดีดฉุดGDPไทยวูบ0.2%แต่ยังเอาอยู่

แบงก์ชาติรับเงินเฟ้อพุ่ง เซ่นน้ำมันโลกดีดฉุดGDPไทยวูบ0.2%แต่ยังเอาอยู่

4 มี.ค. 2569 18:52
ผู้ชม 53 คน

ผู้ว่าการ ธปท. เผย วิกฤตตะวันออกกลางส่อเค้ายืดเยื้อ ดันน้ำมันโลกพุ่งสะเทือนเงินเฟ้อ พร้อมประเมิน GDP ไทยปี 69 อาจวูบ 0.1-0.2% แต่ยันเสถียรภาพมหภาคยังแกร่ง มีทุนสำรองและดอกเบี้ยนโยบายเป็นกันชนคุมสถานการณ์ได้

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาน้ำมันโลก โดยระบุว่าขณะนี้ ธปท. กำลังเร่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบรายชั่วโมง เนื่องจากเหตุการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เบื้องต้นคาดการณ์ว่าปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของไทยในปี 2569 ปรับลดลงเล็กน้อยประมาณ 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม นายวิทัยมองว่าเป็นระดับที่ไม่รุนแรงนัก เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพมหภาคอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะสัดส่วนการกู้เงินจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นกันชนสำคัญในการป้องกันความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้เป็นอย่างดี

สำหรับผลกระทบที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเรื่องของ อัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบมีสัดส่วนสำคัญในตะกร้าเงินเฟ้อถึง 13% ซึ่งหากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อซัพพลายน้ำมันและผลักดันให้ราคาสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ยาวนานออกไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก

โดย ธปท. ประเมินว่าทั้งปี 2569 จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 0.2-0.3% เท่านั้น จึงเชื่อว่าหากอัตราเงินเฟ้อจะปรับเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ก็ยังอยู่ในจุดที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยขณะนี้ได้ประเมินสถานการณ์ตามกรอบเวลาที่ โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ หากไม่บานปลายไปมากกว่าที่ประเมินไว้ก็นับว่าเป็นจุดที่ควบคุมได้

นอกจากนี้ นายวิทัยยังระบุว่า "ได้มีการหารือร่วมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งพบว่ารัฐบาลกำลังเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนไว้รองรับแล้ว ขณะที่ในส่วนของนโยบายการเงินนั้นถือเป็นจังหวะที่ดีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปก่อนหน้านี้เพื่อรองรับความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะมีความขยายวงกว้างกว่าที่เคยประเมินไว้บ้าง แต่ ธปท. ก็ยืนยันความพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนนโยบายให้ทันท่วงทีหากมีความจำเป็น"

ในส่วนความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีการระบุว่าเพียงพอต่อการใช้ 60 วันนั้น นายวิทัยชี้แจงว่าไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะในทางปฏิบัติไทยยังมีน้ำมันจากแหล่งอื่นและพลังงานทางเลือกเข้ามาทดแทนได้เสมอ ไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าจากแหล่งเดียวเพียงอย่างเดียว

นายวิทัยระบุว่า แม้การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลต่อราคาแต่ก็เชื่อว่าจะยังอยู่ในระดับที่รับมือได้ เช่นเดียวกับความผันผวนในตลาดหุ้นไทยที่มองว่าเป็นเรื่องปกติของสถานการณ์ลักษณะนี้ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่าตลาดจะใช้เวลาปรับตัวเพียง 2-3 วันก่อนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงยังไม่มีความน่ากังวลในเชิงเสถียรภาพระยะยาวแต่อย่างใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย