News Logo
หน้าแรก
ทั่วโลกงัดไม้ตายคุมเข้มพลังงาน รับมือราคาน้ำมันพุ่งจากพิษสงคราม

ทั่วโลกงัดไม้ตายคุมเข้มพลังงาน รับมือราคาน้ำมันพุ่งจากพิษสงคราม

10 มี.ค. 2569 17:53
ผู้ชม 29 คน

นานาชาติเร่งออกมาตรการรัดเข็มขัดขั้นสูงสุด ทั้งสั่งระงับส่งออกเชื้อเพลิง คุมเพดานราคา และดึงคลังสำรองมาใช้ รับมือวิกฤตอุปทานพลังงานโลกหายไป 20% หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากเหตุปะทะรุนแรงในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 25% หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้เส้นทางพลังงานสำคัญของโลกผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกปิดกั้น ทำให้อุปทานพลังงานโลกหายไปประมาณ 20% หลายประเทศจึงเร่งออกมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อรับมือผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายภูมิภาค

สงครามที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนพุ่งแตะจุดสูงสุดกว่า 119 ดอลลาร์ และภายหลังปรับตัวลงมาอยู่ราว 90-100 ดอลลาร์ ตามรายงานของ Reuters

รายงานเดียวกันระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลางหยุดชะงัก ส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตอย่าง อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้องลดกำลังผลิตชั่วคราว เนื่องจากถังเก็บน้ำมันเต็มจากปัญหาการขนส่ง

วันที่น้ำมันแพงที่สุดนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุ คือ วันที่ 9 มีนาคม 2569 โดยจุดพุ่งสูงสุดของตลาดราคาน้ำมัน Brent (มาตรฐานสากล) แตะจุดสูงสุดระหว่างวัน (intraday high) ที่ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 หลังรัสเซียบุกยูเครน และเป็นการพุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดในวันเดียวในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ WTI แตะ 119.48 ดอลลาร์ ตามรายงานของ Reuters และ Associated Press

Reuters ระบุว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้คิดเป็น 25-29% ภายในวันเดียว ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงที่สุดของตลาดน้ำมันนับตั้งแต่ปี 2551 โดยราคาพุ่งสูงในช่วงเปิดตลาดเอเชียและการซื้อขายข้ามคืน ก่อนการประชุมฉุกเฉินของ G7 หลังจากนั้นราคาปิดวันเดียวกันที่ประมาณ 98.96 ดอลลาร์สำหรับ Brent และ 94.77 ดอลลาร์สำหรับ WTI

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงผันผวนสูง โดยวันที่ 10 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมัน Brent ลดลงมาอยู่ราว 89-91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข้อมูลของ Trading Economics หลังเริ่มมีสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจคลี่คลาย

แม้ราคาจะลดลงจากจุดสูงสุดแล้ว แต่ยังคง สูงกว่าระดับก่อนสงครามราว 20-30% ขณะที่ตลาดโลกยังจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด รวมถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศมหาอำนาจจะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อราคาพลังงานในระยะสั้น

Reuters ระบุว่า ผู้ผลิตในตะวันออกกลางอย่างกาตาร์ประกาศเหตุสุดวิสัย กับการส่งออก LNG ซึ่งคิดเป็น 20% ของตลาดโลก โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าจะกลับสู่ปกติ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียปิดโรงกลั่นและท่าเรือส่งออกน้ำมันหลังถูกโจมตีด้วยโดรน ทำให้การฟื้นตัวของระบบผลิตอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเดือน ขึ้นกับความเสียหาย

ในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางมากกว่า 60% หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อรักษาอุปทานภายในประเทศ Al Jazeera รายงานว่า ปากีสถาน ประกาศมาตรการรัดเข็มขัดและจำกัดการใช้เชื้อเพลิงเพื่อลดภาระงบประมาณ

ขณะที่ บังกลาเทศ ปิดมหาวิทยาลัยชั่วคราวและจำกัดการใช้พลังงาน พร้อมเลื่อนวันหยุดเทศกาล Eid al-Fitr ให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงวิกฤตพลังงาน

ด้าน จีน สั่งโรงกลั่นหลักหยุดส่งออกดีเซลและเบนซินเพื่อรักษาอุปทานภายในประเทศ ตามรายงานของ Reuters โดยจีนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 45.7% หากการขนส่งผ่านเส้นทางนี้หยุดชะงัก อาจกระทบภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกของจีนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงเพื่อปกป้องเส้นทางขนส่งพลังงานของโลก

ใน เกาหลีใต้ ประธานาธิบดีอีแจมยอง ประกาศกำหนดเพดานราคาเชื้อเพลิงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากช็อกพลังงาน ตามรายงานของ Reuters

ขณะที่ ญี่ปุ่น ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบและเตรียมปล่อยคลังสำรองน้ำมัน โดยปัจจุบันญี่ปุ่นมีสำรอง LNG เพียงพอประมาณ 3 สัปดาห์ แต่โรงกลั่นหลายแห่งเริ่มลดกำลังผลิตและหยุดการส่งออกเชื้อเพลิงชั่วคราว

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย ประกาศระงับการส่งออกเชื้อเพลิงเพื่อให้ความสำคัญกับอุปทานภายในประเทศ

ขณะที่ เวียดนาม ระงับการส่งออกน้ำมันดิบและยกเลิกภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงชั่วคราวจนถึงสิ้นเดือนเมษายน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน

ส่วน อินโดนีเซีย เพิ่มการจัดสรรเชื้อเพลิงภายในประเทศเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

รายงานของ New Lines Institute ระบุว่า อินเดีย ซึ่งนำเข้าน้ำมันมากกว่า 80% จากอ่าวเปอร์เซีย อาจต้องเพิ่มงบประมาณด้านพลังงานจากเดิมราว 2 ล้านล้านรูปี อีก 300,000-500,000 ล้านรูปี หากราคาน้ำมันทรงตัวที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยโรงกลั่นหลายแห่งได้ลดกำลังผลิต หยุดส่งออกน้ำมันบางชนิด และประกาศเหตุสุดวิสัยกับการส่งออกน้ำมันเบนซิน พร้อมเพิ่มการผลิต LPG เพื่อรองรับการใช้ภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน กลุ่ม G7 และ European Union (EU) เร่งประสานงานเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน รัฐมนตรีการเงิน G7 ได้จัดประชุมฉุกเฉินเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจปล่อยคลังสำรองน้ำมันยุทธศาสตร์ ตามรายงานของ Foreign Policy ซึ่งอ้างคำกล่าวของรัฐมนตรีการคลังฝรั่งเศสว่า “ยังไม่ถึงเวลา แต่พร้อมดำเนินการหากจำเป็น” ขณะที่ EU จัดการหารือที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อ โดยแต่ละประเทศกำลังเตรียมมาตรการระดับชาติรองรับสถานการณ์

ใน สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งของสงครามครั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศ ยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียชั่วคราว เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดโลก และเตรียมส่งกองทัพเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ตามรายงานของ Reuters นอกจากนี้รัฐบาลยังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การจำกัดการส่งออกน้ำมันดิบ การแทรกแซงตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการผ่อนคลายกฎการขนส่งภายในประเทศ เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาพลังงาน

มาตรการรัดเข็มขัดเหล่านี้สะท้อนความพยายามป้องกันวิกฤตเศรษฐกิจระลอกใหม่ของนานาชาติที่ได้รับผลกระทบ หากสงครามยืดเยื้อ อาจนำไปสู่เงินเฟ้อพุ่งและเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก โดย IMF เตือนว่าราคาพลังงานเพิ่ม 10% จะทำให้เงินเฟ้อโลกสูงขึ้น 0.4% และ GDP ลดลง 0.1-0.2% แต่หากอุปทานฟื้นตัวเร็ว ราคาอาจกลับสู่ปกติ

อ้างอิง:  

Trading Economics: Brent crude oil - Price - Chart - Historical Data - News

Reuters: Governments' actions in response to oil price surge and the Middle East conflict

Al Jazeera: US consumers express dismay over rising gas prices after attack on Iran

Foreign Policy: Oil Prices Spike as Iran War Impacts Global Energy Flows

New Lines Institute: The Energy Shock: U.S.-Israel War with Iran's Impact on Indian, Chinese, and Global Economies

The Guardian: Why has the Iran war sparked fears of stagflation for the global economy?

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย