IEA เสนอปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หวังสกัดแรงกระแทกวิกฤตพลังงานที่กำลังลามสู่เศรษฐกิจโลก หลังราคาน้ำมันผันผวนหนักจากสงครามในตะวันออกกลาง
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) เสนอแผนปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศสมาชิกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อกดดันราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งทำให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญภาวะตึงตัวอย่างรุนแรง
รายงานของ The Wall Street Journal ซึ่งถูกอ้างโดยหลายสำนักข่าวระบุว่า แผนดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่พลังงานจาก 32 ประเทศสมาชิก IEA โดยเป้าหมายคือการเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดอย่างเร่งด่วน เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาที่กำลังลุกลามไปสู่เศรษฐกิจโลกทั้งระบบ
หากแผนนี้ได้รับการอนุมัติ ปริมาณน้ำมันที่ปล่อยออกมาอาจสูงกว่าการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ในปี 2565 ซึ่งประเทศสมาชิก IEA เคยร่วมกันปล่อยน้ำมันรวมประมาณ 182 ล้านบาร์เรล หลังการรุกรานยูเครนของรัสเซีย โดยครั้งใหม่นี้อาจกลายเป็นการแทรกแซงตลาดพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของสื่อเศรษฐกิจหลายแห่งระบุว่า แนวคิดที่กำลังถูกหารืออาจเกี่ยวข้องกับการปล่อยน้ำมันระดับหลายร้อยล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25-30% ของคลังสำรองฉุกเฉินที่ประเทศสมาชิกถือครองรวมกันกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรลทั่วโลก เพื่อชดเชยอุปทานที่หายไปจากความปั่นป่วนในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
แรงกดดันต่อตลาดพลังงานเกิดขึ้นหลังการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียถูกรบกวนอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก รายงานวิเคราะห์ระบุว่าการหยุดชะงักดังกล่าวอาจทำให้น้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวันไม่สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานอื่นๆ ผันผวนรุนแรง
หลังข่าวการพิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองถูกเผยแพร่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงเล็กน้อย สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนว่าการเพิ่มอุปทานจากคลังสำรองอาจช่วยบรรเทาความตึงเครียดในตลาดได้ แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าผลกระทบอาจเป็นเพียงการบรรเทาระยะสั้น หากความขัดแย้งทางทหารยังคงยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม แผนการปล่อยน้ำมันดังกล่าวยังต้องผ่านความเห็นชอบจากประเทศสมาชิก และอาจถูกชะลอได้หากมีประเทศใดคัดค้าน แม้รัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศ G7 จะส่งสัญญาณสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว แต่ยังต้องการให้ IEA ประเมินสถานการณ์ตลาดพลังงานอย่างละเอียดก่อนดำเนินการจริง
เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความเปราะบางของระบบพลังงานโลกที่ยังพึ่งพาเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างมาก เมื่อเส้นทางหลักเกิดความเสี่ยงพร้อมกัน ราคาพลังงานจึงสามารถส่งแรงกระแทกไปถึงเงินเฟ้อ การขนส่ง และต้นทุนอาหารทั่วโลกภายในเวลาอันสั้น
สำหรับ International Energy Agency (IEA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2517 หลังวิกฤตน้ำมันโลกจากการคว่ำบาตรของ Organization of the Petroleum Exporting Countries (OPEC) เพื่อสร้างระบบความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีสมาชิก 31 ประเทศ และสหภาพยุโรปในฐานะสมาชิกองค์กร โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศอุตสาหกรรมและผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ แคนาดา และอิตาลี ทั้งนี้ประเทศสมาชิกต้องถือครองน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์อย่างน้อยเทียบเท่าการนำเข้าน้ำมัน 90 วัน เพื่อใช้รับมือวิกฤตพลังงานและความผันผวนของตลาดโลก
อ้างอิง:
The Wall Street Journal: Exclusive | IEA Proposes Largest Ever Oil Release From Strategic Reserves
Gulf News / AFP: IEA proposes record oil reserve release over Iran war
Business Standard: Oil prices fall after IEA proposes largest oil stock release ever
AInvest analysis: G7 Historic Oil Reserve Release Offers 40-Day Buffer




