วิกฤตตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นโอกาสทองของรัสเซีย ทั้งรายได้พลังงานที่พุ่งสูง และจังหวะที่ความสนใจของโลกเบนออกจากสงครามยูเครน ทำให้มอสโกมีพื้นที่ทางยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นท่ามกลางตลาดพลังงานที่ปั่นป่วน
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเขย่าตลาดพลังงานโลก แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความปั่นป่วนนี้กลับสร้าง ช่องว่างทางยุทธศาสตร์ ที่รัสเซียอาจได้ประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและความสนใจของชาติตะวันตกที่ถูกดึงออกจากยูเครน มอสโกอาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับแรงหนุนจากวิกฤตครั้งนี้
รายงานของ CNN ระบุว่า การปะทุของสงครามระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับอิหร่าน ได้เปิดพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ใหม่ให้รัสเซีย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่รัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามในยูเครนและมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ลดลงอย่างรุนแรง โดยเส้นทางดังกล่าวปกติรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 1 ใน 5 ของพลังงานโลก เมื่อการขนส่งสะดุด ราคาพลังงานจึงพุ่งขึ้นทันที ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างรวดเร็ว ตามรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก
หนึ่งในผลประโยชน์ที่เห็นได้ทันทีคือ รายได้จากการส่งออกพลังงานของรัสเซียที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ราคา น้ำมันดิบ Urals ของรัสเซียฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากระดับต่ำช่วงก่อนหน้า ขณะที่โรงกลั่นหลายแห่งทั่วโลกที่ออกแบบมาเพื่อแปรรูปน้ำมันดิบหนักจากตะวันออกกลาง อาจต้องหันไปพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้น ตามรายงานของ Al Jazeera
ในอีกด้านหนึ่ง วิกฤตพลังงานจากสงครามยังนำไปสู่ความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่สะท้อนความย้อนแย้งของภูมิรัฐศาสตร์พลังงาน เมื่อ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศออกใบอนุญาตพิเศษชั่วคราว เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ตามเวลาไทย ผ่านกระทรวงการคลังสหรัฐ (U.S. Treasury) เพื่อผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อการค้าพลังงานของรัสเซีย
มาตรการดังกล่าวเป็น ใบอนุญาตชั่วคราวระยะเวลา 30 วัน เปิดทางให้ประเทศต่างๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบรัสเซียที่กำลังลอยลำอยู่ในทะเลได้ โดยปริมาณน้ำมันที่เกี่ยวข้องมีราว 120-128 ล้านบาร์เรล ซึ่งอยู่ระหว่างการขนส่งในตลาดโลก
เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือ เพิ่มอุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกและบรรเทาความผันผวนของราคา หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทำให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซสะดุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามรายงานของ CNN
ใบอนุญาตดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ จนถึงประมาณวันที่ 11 เมษายน 2026 ตามเวลาในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ และยุโรปเตือนว่า แม้มาตรการนี้มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงานในระยะสั้น แต่การผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการค้าพลังงานก็อาจเปิดโอกาสให้รัสเซียได้รับรายได้จากน้ำมันเพิ่มขึ้นท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน
ข้อมูลจากสถาบันวิเคราะห์เศรษฐกิจพลังงานระบุว่า โครงสร้างเศรษฐกิจของรัสเซียพึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซอย่างมาก โดยภาษีและรายได้จากพลังงานคิดเป็น ประมาณ 30% ของงบประมาณรัฐบาลกลาง ดังนั้นทุกการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกจึงมีผลโดยตรงต่อศักยภาพทางการคลังของรัฐบาลมอสโก
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานจากสถาบัน Bruegel ให้ความเห็นผ่านรายงานเศรษฐกิจระหว่างประเทศว่า หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพราะความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง รัสเซียจะสามารถเพิ่มรายได้ของรัฐและเสริมศักยภาพในการดำเนินสงครามในยูเครนได้มากขึ้น แม้มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกยังคงมีผลอยู่ก็ตาม
อีกมิติหนึ่งคือผลกระทบด้านยุทธศาสตร์ทางทหาร รายงานวิเคราะห์ด้านความมั่นคงหลายฉบับชี้ว่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องแบ่งทรัพยากรทางทหาร รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ไปสนับสนุนปฏิบัติการในภูมิภาค ซึ่งอาจทำให้การสนับสนุนอาวุธแก่ยูเครนลดลงหรือชะลอตัวลงในบางช่วง
ในเวลาเดียวกัน ความไม่แน่นอนของอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจผลักดันให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ เช่น อินเดียและจีน เพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างโรงกลั่นและเส้นทางการค้าพลังงานที่มีอยู่แล้ว ทำให้การปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าทำได้รวดเร็วกว่า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเตือนว่า ผลประโยชน์ของรัสเซียจากสงครามครั้งนี้อาจเป็นเพียงผลได้ระยะสั้น เพราะความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกอาจกระทบต่ออุปสงค์พลังงานในระยะยาว หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
อ้างอิง:
CNN: Russia sees opportunity in Trump’s Iran war
Reuters: What are the challenges in securing shipping through the Strait of Hormuz?
Al Jazeera: Russian oil will be sought – What are Moscow’s gains from the war in Iran
Economic Times Energy: Russia’s oil gains, Ukraine’s loss - Iran conflict impact
RealClearWorld: Why Iran’s crisis matters for Russia’s war in Ukraine




