News Logo
หน้าแรก
อนุมัติเกณฑ์ยกเลิกดูงานต่างประเทศ ที่ทำสัญญาล่วงหน้าให้เบิกได้ตามจริง

อนุมัติเกณฑ์ยกเลิกดูงานต่างประเทศ ที่ทำสัญญาล่วงหน้าให้เบิกได้ตามจริง

21 มี.ค. 2569 15:55
ผู้ชม 595 คน

กระทรวงการคลังอนุมัติหลักการให้มีการเบิกค่าใช้จ่ายกรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าได้ และให้เบิกค่าปรับจากการยกเลิกได้เท่าที่จ่ายจริงหรือตามความจำเป็น

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือเวียนมติคณะรัฐมนตรี ปี 2569 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ด่วนที่สุด ที่ 0505/ว 84 เรื่อง ขอให้งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ อ้างมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ส่งไปถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ รัฐมนตรีทุกกระทรวง หัวหน้าหน่วยงานราชการ และองค์กรต่างๆ 69 คน เพื่อรับทราบมติ ครม. รวมทั้งแนวปฏิบัติในการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ 

รายละเอียดหนังสือฉบับนี้ ระบุว่า ด้วยในคราวประชุม ครม.เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม.ว่า ตามที่นายกฯ เสนอว่า เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงมีแนวโน้มสูงมากขึ้น และสามารถจะนำงบประมาณส่วนที่เหลือไปใช้ในแผนงาน/โครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปได้

จึงเห็นควรดำเนินการ ดังนี้

1. ให้ทุกส่วนราชการงดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของทุกหลักสูตรนับตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติ เว้นแต่มีหลักฐานว่า มีการทำสัญญาไว้ก่อนวันที่ ครม.มีมติและการเลิกสัญญา หรือการเลื่อนกำหนดเดินทางจะทำให้หน่วยงานไม่ได้รับเงินคืนหรือได้รับเงินคืนไม่เต็มจำนวน ทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือหน่วยงาน 

ทั้งนี้ ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาความเหมาะสมและความจำเป็นอย่างรอบคอบด้วย สำหรับการเดินทางไปราชการหรือการไปประชุมต่างประเทศตามภารกิจสำคัญและจำเป็นของหน่วยงาน การเดินทางไปประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมทั้งการเดินทางไปร่วมประชุมกับองค์การระหว่างประเทศ การอบรมระยะสั้นหรือการเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีการทำสัญญากับหน่วยราชการเจ้าของทุนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้วให้ดำเนินการได้ตามปกติ

2. ให้รัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดให้นำมติ ครม.นี้ไปปฏิบัติด้วย

3. ขอความร่วมมือให้สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ตลอดจนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และหน่วยงานในกำกับของรัฐสภาพิจารณาดำเนินการตามข้อ 1 ตามความเหมาะสมด้วย

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ/จึงเรียนยืนยันมาและถือปฏิบัติต่อไป/จึงเรียนยืนยันมาและถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทราบด้วยแล้ว

คลัง

กระทรวงการคลังอนุมัติหลักการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรม ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569

อย่างไรก็ตาม หลังจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือเวียนมติ ครม.ในเวลาต่อมากระทรวงการคลังได้ออกหนังสืออนุมัติหลักการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมตามมติ ครม. ในขณะที่หลายหน่วยงานที่ทำสัญญาในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศไว้ก่อนได้ออกหนังสือเวียนถึงส่วนราชการในสังกัดเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับมติ ครม. รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูงาน ในขณะที่บางหน่วยงานได้แจ้งงดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ  

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้ ได้ทำหนังสือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เรื่อง การอนุมัติหลักการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569

หนังสือฉบับดังกล่าว เรียน ปลัดกระทรวง อธิบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ อธิการบดี ผู้บัญชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 84 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 (หนังสือเวียนสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี) โดยแจ้งว่า หากส่วนราชการได้มีการทำสัญญาไว้ก่อนวันที่ ครม.มีมติและการเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศจะทำให้หน่วยงานไม่ได้รับเงินคืนหรือได้รับเงินคืนไม่เต็มจำนวน ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาแล้วเห็นควรให้เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศในหลักสูตรฝึกอบรมตามนัยมติ ครม.ดังกล่าว ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้ส่วนราชการสามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้โดยถูกต้อง เรียบร้อย และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และลดภาระของส่วนราชการในการขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง จึงอนุมัติเป็นหลักการให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของบประมาณเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาดูงานในต่างประเทศ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเดิม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการจัดการศึกษาดูงานในต่างประเทศภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า

รวมทั้งค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับที่เป็นผลโดยตรงจากการเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ทั้งนี้ โดยให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัดและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

ในขณะที่ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊ก ‘สื่อศาล’ ซึ่งเป็นเพจที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารของศาลยุติธรรมไปยังบุคลากรภายในองค์กรและสังคม ได้โพสต์ข้อความ 2 รอบๆ แรก เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 14.31 น. ระบุว่า สำนักงานศาลยุติธรรมสรุปข้อเท็จจริงการจัดอบรมศึกษาดูงานผู้พิพากษาศาลฎีกาในต่างประเทศ กรณีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า หลักสูตรผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นสำหรับข้าราชการตุลาการที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา

ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพการพิจารณาพิพากษาคดีและบริหารงานคดีในศาลฎีกาซึ่งเป็นลำดับชั้นสูงสุด เน้นการเสริมสร้างความรู้ข้อกฎหมายใหม่ เสริมสร้างกระบวนทัศน์การทำงานให้สอดคล้องต่อบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม โดยในหลักสูตรกำหนดให้จัดศึกษาดูงานทั้งภายในและต่างประเทศ

สำหรับการศึกษาดูงานต่างประเทศในครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรดังกล่าว และการศึกษาดูงานมีการลงนามสัญญาไว้เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนที่จะมีมติ ครม. และหากไม่ดำเนินการตามสัญญาจะก่อให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณมากยิ่งกว่า

ต่อมาวันเดียวกัน เวลา 22.48 น. เพจสื่อศาล โพสต์ข้อความว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการศึกษาดูงานต่างประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการอบรมของสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งมีการลงนามสัญญาก่อนที่จะมีมติ ครม. ไปแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 20 มีนาคม 2569 กระทรวงการคลังมีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งการอนุมัติให้หน่วยงานราชการสามารถเบิกค่าใช้จ่ายกรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศได้ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมจึงยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของหลักสูตรผู้พิพากษาศาลฎีกา

อนึ่ง การเดินทางไปดูงานต่างประเทศ หลักสูตรผู้พิพากษาศาลฎีกา กำหนดไปประเทศฝรั่งเศส โมนาโก และอิตาลี ระหว่างวันที่ 22-31 มีนาคม 2569 รวมระยะเวลา 10 วัน

ปปช.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือแจ้งข้าราชการและลูกจ้างซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. เรื่อง การปฏิบัติราชการ ณ ที่พักอาศัย

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย น.ส.นุชจรินทร์ อินประถม ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ทำหนังสือลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. เรื่อง การปฏิบัติราชการ ณ ที่พักอาศัย (Work from home) สำหรับข้าราชการและลูกจ้างสำนักงาน ป.ป.ช. ดังนี้

1. การอนุมัติดำเนินการตามแผนงานอบรม ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน หรือเดินทางไปราชการต่างจังหวัด ให้อยู่ในอำนาจรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ การสั่ง และการปฏิบัติราชการแทนตามคำสั่งสำนักงานป.ป.ช. ที่ 175/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้ข้าราชการรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ การสั่ง และการปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นต้องจัดอบรม ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศโดยไม่สามารถชะลอหรืองดตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้ เช่น มีการทำสัญญาไว้ก่อนหรือการเลื่อนกำหนดเดินทางจะทำให้หน่วยงานไม่ได้รับเงินคืนหรือได้รับเงินคืนไม่เต็มจำนวน ทำให้เสียหายแก่ราชการให้เสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาเป็นกรณีไป

2. การปฏิบัติงานในสถานที่ตั้งที่ทำงาน ให้หมายรวมถึงการไปดูงานในสถานที่ภายนอกที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงาน อาทิ การเดินทางไปสอบพยานบุคคล การเดินทางไปปฏิบัติราชการตามภารกิจหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ลงพื้นที่ให้บริการประชาชน ถือเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติโดยไม่ต้องเสนอเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา

3. การลงเวลาปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการและลูกจ้างสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งที่ทำงาน ให้ลงเวลาปฏิบัติราชการโดยการลงลายมือชื่อในแบบลงปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ สามารถปรับเวลาการทำงานภายใต้การทำงานเหลื่อมเวลา โดยไม่กระทบกับระยะเวลาการปฏิบัติราชการในแต่ละวัน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน (ไม่รวมเวลาพักกลางวัน 1 ชั่วโมง) ทั้งนี้ ให้นับเวลาเข้างานไม่ก่อนเวลา 07.30 น. และนับเวลาเลิกงานไม่เกินเวลา 18.30 น.

4. หน่วยงานใดมีภารกิจที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ให้เสนอเหตุผลความจำเป็นต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเป็นรายกรณี จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดของท่านทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

หนังสือฉบับดังกล่าว เรียน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค, ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., ผู้อำนวยการสำนัก/สถาบัน/สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เลขาธิการ ป.ป.ช. และผู้บริหารระดับสูง มีกำหนดการจะเดินทางไปดูงานประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีประกาศของสำนักงานแจ้งยืนยันว่า จะมีการเดินทางตามกำหนดการเดิมหรือจะยกเลิกตามมติ ครม.

สำหรับอีกหน่วยงานที่แจ้งยกเลิกการเดินทางไปดูงานต่างประเทศคือ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้แจ้งงดเดินทางไปต่างประเทศด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 และต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เนื้อหาระบุว่า กกต. และเลขาธิการ กกต. ไม่ได้ร่วมเดินทางไปดูงานกับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส.16)

เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่า กกต. และเลขาธิการ กกต. ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ในต่างประเทศนั้น ขอเรียนว่า กกต. และเลขาธิการ กกต.ไม่ได้ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานกับนักศึกษาหลักสูตร พตส.16ในต่างประเทศ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว

กกต.ได้พิจารณามติ ครม. เรื่อง ขอให้งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ตามที่เลขาธิการ กกต.รายงาน ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 แล้วมีมติเห็นชอบในหลักการให้สำนักงาน กกต. งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศตามแนวทางมติ ครม.ที่ขอความร่วมมือและให้สำนักงาน กกต. พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางมติ ครม.ดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กำหนดการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของนักศึกษาหลักสูตร พตส.16 จะมีผู้ร่วมเดินทาง จำนวน 148 คน ไปศึกษาดูงานใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย 18-25 เมษายน 2569 เยอรมนี 19-26 เมษายน 2569 โปแลนด์ 19-26 เมษายน 2569 และญี่ปุ่น 19-25 เมษายน 2569

ทางด้านกองทัพเรือ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงผ่านเฟซบุ๊กโฆษกกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ระบุว่า ตามที่ ครม.มีมติให้ส่วนราชการงดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ เพื่อลดภาระงบประมาณด้านพลังงานและค่าใช้จ่ายของภาครัฐนั้น กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวทันที โดยสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดงดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศตามมติ ครม.

ทั้งนี้ การเดินทางไปราชการในต่างประเทศที่มีความจำเป็นต่อภารกิจ เช่น การประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือภารกิจตามข้อตกลงที่ผูกพันไว้แล้ว จะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความจำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบต่อภารกิจและเกิดความเสียหายต่อทางราชการ กองทัพเรือยืนยันจะบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจความมั่นคงทางทะเลของประเทศและประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
งดดูงานต่างประเทศ
มติครม.
ประหยัดพลังงาน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย