นายกฯ คิกออฟโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ผนึกผู้ผลิตยักษ์ใหญ่-ค้าส่ง-ค้าปลีกกว่า 30 ราย จัดสินค้ากว่า 3,000 รายการ หั่นราคา 25-58% ทั่วประเทศ เริ่ม 1 เม.ย. ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนสู้วิกฤตน้ำมันแพง
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ ว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก จึงกำหนดนโยบายเร่งด่วนเพื่อเข้าไปดูแลปากท้องของประชาชน พร้อมสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการช่วยประชาชน ผ่านสินค้า‘ไทยช่วยไทย’ ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยจับมือกับห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์น เทรด) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย เพื่อขอความร่วมมือลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันกว่า 3,000 รายการ เริ่มนำร่องดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป
"รัฐบาลมุ่งหวังให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน เพื่อให้พี่น้องประชาชนยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษภายใต้สัญลักษณ์โครงการในห้างค้าส่ง-ค้าปลีกชั้นนำที่เข้าร่วมทั่วประเทศ โดยรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนได้รับความเป็นธรรมและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการจับมือกันจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทย และเติมเต็มกำลังใจให้คนไทยก้าวผ่านทุกความท้าทายไปด้วยกันโดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง”นายกฯกล่าว
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงรายละเอียดโครงการว่า กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก และซัพพลายเออร์รายใหญ่ 20 ราย ได้แก่ ซีพี แอ๊กซ์ตร้า (Makro, Lotus’s) ซีพีออลล์ (7 Eleven) บิ๊กซี (Big C) เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ (GO Wholesale) เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (TOPS/TOPS FOOD HALL/TOPS DAILY/TOPS ONLINE/TOP CARE) เซ็นทรัล วัตสัน เดอะมอลล์ กรุ๊ป (Gourmet Market) ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (Foodland) ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป (CJ More/CJ Supermarket) และผู้ผลิตชั้นนำอย่าง สหพัฒนพิบูล ยูนิลีเวอร์ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ คาโอ ไวไว ไทยยูเนี่ยน ข้าวมาบุญครอง ข้าวตราไก่แจ้ ข้าวหงส์ทอง ข้าวแสนดี น้ำมันพืชปทุม เพื่อจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำสินค้ากลุ่มเฮ้าส์ แบรนด์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ห้างร้านผลิตเอง และสินค้าแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ที่มีคุณภาพดีเข้าร่วมลดราคา
นางศุภจีกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายค้าปลีกค้าส่ง ในการนำสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค 16 ประเภท แบ่งเป็นสินค้าอุปโภค 8 ประเภท และสินค้าบริโภค 8 ประเภท รวมกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58% เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม โดยจะกระจายสินค้าไปยังทุกจังหวัดผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกทั่วประเทศ
“สำหรับสินค้า “ไทยช่วยไทย”แบ่งสินค้าเป็น 2 กลุ่มหลักคือ 1. สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และ 2.สินค้าบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล ซอส ปรุงรส น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง โดยมีห้างร้าน และจุดจำหน่ายเข้าร่วมโครงการครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 25-58% ในกลุ่มสินค้าที่เข้าร่วมรายการ”นางศุภจีกล่าว
นางศุภจีกล่าวว่า ในระยะแรกของโครงการ สินค้าจะมีจำหน่ายประมาณ 2 เดือนจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ก่อนจะมีการหมุนเวียนสินค้ารายการใหม่เข้ามาทดแทน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนพัฒนาสินค้าระดับชุมชน โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการยกระดับสินค้าเพื่อเข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการ SMEs ด้วย

ไทยช่วยไทย

ไทยช่วยไทย

ไทยช่วยไทย

ไทยช่วยไทย




