คตร. ยึดสูตรเดิมปี 2565 ขอโรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินมาบริจาคเข้ากองทุนฯ เพื่อส่งผ่านไปดึงราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊ม รอกระทรวงพลังงานเคาะตัวเลขวงเงินแต่ละแห่ง ก่อนชง ครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(คตร.) ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าในช่วงสถานการณ์สงครามวิกฤตในตะวันออกกลางปัจจุบัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งราคาขายและต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้นโดยมี ค่า War Premium เพิ่มเข้ามา อย่างไรก็ดีเมื่อเปรียบเทียบค่าการกลั่นเฉลี่ยในอดีต 5 ปีที่ผ่านมากับปัจจุบัน พบว่าในช่วงสงครามนี้โรงกลั่นมีกำไรมากขึ้น
"ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตามแนวทางที่เคยทำในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเคยมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 คือให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันนำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เป็นกำไรกรณีพิเศษจากค่าการกลั่น เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนโดยส่งผ่านไปที่ราคาน้ำมันเพื่อลดผลกระทบในทันที ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปคำนวณตัวเลขรายละเอียดต้นทุนและรายได้ที่แท้จริง รวมถึงเจรจากับโรงกลั่นแต่ละแห่ง เนื่องจากแต่ละโรงมีต้นทุนการซื้อน้ำมันดิบที่ต่างกัน"นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ค่าการกลั่นเฉลี่ยในเดือนมีนาคมอยู่ที่ประมาณ 7.30 บาท แม้จะนำมาหักลบกับต้นทุน War Premium ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ก็ยังพบว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นส่วนเพิ่มจากปกติ
นายเอกนิติกล่าวว่า ในส่วนของค่าการตลาดกระทรวงพลังงานเคยศึกษาระดับที่เหมาะสมไว้ที่ประมาณ 2.45 บาทต่อลิตรโดยเฉลี่ย และให้ดูแลไม่ให้สูงเกินกว่านี้เพื่อไม่ให้กระทบราคาขายปลีก
"คณะกรรมการจะนำเสนอผลการศึกษาและมาตรการทั้งหมดต่อ ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 6 เมษายนนี้ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เร็วที่สุด โดยมติของคณะกรรมการคือขอให้นำกำไรส่วนเกินส่งผ่านนี้ไปช่วยลดราคาน้ำมันให้ประชาชนโดยตรงไม่ใช่นำไปช่วยกองทุนน้ำมัน"นายเอกนิติกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า มติครม.เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 นั้นเป็นการขอความร่วมมือจากโรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินมาเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบุว่าเป็นเงินบริจาค แล้วให้กองทุนน้ำมันฯนำเงินบริจาคจากโรงกลั่นนั้นไปเพิ่มการอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อดึงให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊มลดลงทันที ทั้งนี้ ค่าการกลั่นเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 2.43 บาท/ลิตร สำหรับเฉลี่ยเดือนมีนาคมอยู่ที่ 7.30 บาท/ลิตร




