'เอกนิติ-วิทัย'หารือไอเอ็มเอฟ ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ต.ค.นี้ ร่วมถกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน กระทรวงการคลังรายงาายภารกิจของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่อยู่ระหว่างร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยนายเอกนิติ ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) เมื่อวันที่ 17 เมษายน โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่มีนัยยะสำคัญต่อทิศทางความร่วมมือระหว่างไทยและธนาคารโลกในระยะต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลก โดยมีโครงการสำคัญ คือ Low Carbon City Project ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปการใช้พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนั้น ยังหารือถึงการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล (digital financial inclusion) ทั้งนี้ ธนาคารโลกกล่าวชื่นชมประเทศไทยที่มีรูปธรรมในการนำ digital finance และ AI เข้ามายกระดับทักษะ คุณภาพชีวิตและผลิตภาพให้ประชาชน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอโมเดลการพัฒนาของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่สายตาโลก
จากนั้น นายเอกนิติ และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในเดือนตุลาคมนี้ โดยการเตรียมงานด้านการจัดจ้างและโลจิสติกส์มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเน้นความมุ่งมั่นของไทยในการจัดงานให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล
ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยไทยยืนยันการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบและยืดหยุ่น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า
ก่อนหน้านั้น นายเอกนิติ หาหารือทวิภาคีกับนายเจมิสัน กรีเออร์ หัวหน้าผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลไทย ซึ่งจะนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป
ขณะที่ นายเอกนิติ ยังร่วมการหารือทวิภาคีกับนางอินดรานี ราจาห์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือความเสี่ยงดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางเชิงนโยบายในการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบอาเซียน โดยมุ่งใช้โอกาสจากการเป็นประธานอาเซียนต่อเนื่องของสิงคโปร์ในปี 2570 และไทยในปี 2571 เพื่อผลักดันวาระการเงินของภูมิภาคในลักษณะต่อเนื่องระยะกลางอย่างเป็นระบบ อาทิ การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค (ASEAN Power Grid )




