กรมขนส่งทางบกขยายเวลาให้รถบรรทุก-รถโดยสารลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยค่าน้ำมันถึง 24 เม.ย. หลังแห่ยื่นจำนวนมาก แต่มีอีกหลายรายยังเข้าระบบไม่ได้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน เพื่อลดภาระต้นทุนในช่วงวิกฤตน้ำมันที่มีราคาแพง เดิมเปิดให้ลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนถึงวันที่ 19 เมษายน ได้ขยายเวลาลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 24 เมษายน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
นายสรพงศ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนราคาน้ำมัน รวมถึงค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน กระทรวงคมนาคม จึงเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือเชิง โดยมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการขนส่ง “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ ซึ่งได้เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ผ่านระบบ“DLT พร้อมซัปพอร์ต” ทั้งทาง Online และ Walk-in ที่กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
นายสรพงศ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนจำนวนมาก และยังมีผู้ประกอบการที่มีสิทธิแต่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบลงทะเบียนได้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกไปถึงวันที่ 24 เมษายนไม่เว้นวันหยุดราชการ
นายสรพงศ์กล่าวว่า หลังที่เปิดรับลงทะเบียน 2 วัน คือวันที่ 16 – 17 เมษายน มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวนมาก เป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิกว่า 26,000 ราย และจำนวนยานพาหนะที่ลงทะเบียนกว่า 116,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2569) โดยผู้ประสงค์ขอรับสิทธิช่วยเหลือสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ที่เว็บไซต์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมาลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ในวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนมีผู้พยายามเข้ามาลงทะเบียนทางออนไลน์จำนวนมาก ทำให้ระบบมีปัญหา แต่ได้มีการปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น และขยายเวลาลงทะเบียนออกไป ขอย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นความช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบสูงจากราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเดินรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้
ทั้งนี้ ในการลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผู้สมัครต้องแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือข้อมูลบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารหลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ซึ่งเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทรถที่ขอรับสิทธิ) สำหรับสิทธิการช่วยเหลือจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ 42 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569)
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนส่งสินค้า วงเงินรวม 2,060 ล้านบาท โดย 1.รัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะในระบบกว่า 180,000 คัน ทั้งรถตู้ รถมินิบัส รถสองแถว รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยไม่มีการปรับค่าโดยสาร
2.รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณ 1,353 ล้านบาท ให้กลุ่มรถบรรทุกกว่า 280,000 คัน ซึ่งต้นทุนด้านค่าขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญของราคาสินค้า โดยรถบรรทุกไม่ประจำทางติด GPS ได้รับเงินสูงสุด 6,000 บาทต่อคัน รถบรรทุกไม่ประจำทางไม่ติด GPS ได้รับเงิน 3,000 บาทต่อคัน ช่วยไม่ให้ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกส่งผ่านภาระต้นทุนค่าขนส่งไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยรักษาระดับค่าครองชีพของประชาชน

ประกาศขยายเวลาลงทะเบียน




