News Logo
หน้าแรก
นายกฯเน้นนโยบาย5ด้านใช้งบฯปี70 ฝ่าวิกฤต

นายกฯเน้นนโยบาย5ด้านใช้งบฯปี70 ฝ่าวิกฤต

20 เม.ย. 2569 13:06
ผู้ชม 4 คน

‘อนุทิน’ มอบนโยบายงบฯปี 70 เน้น 5 ด้าน ตรงเป้า แม่นยำ ให้หน่วยงานรัฐที่เช่า-ซื้อรถใช้น้ำมัน ให้เปลี่ยนไปใช้อีวีแทน

สำนักข่าว Next News  รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของภาครัฐ

จากนั้นนายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มทบทวนและปรับลดงบประมาณโครงการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด

นายอนุทินกล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้อง ตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤต ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยรัฐบาลกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่1.เศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้า เกษตร และการท่องเที่ยวผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม
2.การต่างประเทศและความมั่นคง เสริมบทบาทไทยในเวทีโลก เร่งผลักดันเข้าเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา )ภายในปี 2571 ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงชายแดนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายอนุทินกล่าวว่า 3.สังคม ยกระดับการศึกษา สุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน ผ่านนโยบายสูงวัยพลัส และการศึกษาเท่าเทียมพลัส 4.ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ยกระบบบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส และ 5.การบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐให้เป็น “ราชการทันใจ” ปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง ด้วยนโยบาย AI พลัส และไทยแลนด์ พลัส

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้การใช้งบประมาณยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ ต้องปรับรายการที่ไม่จำเป็น ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาประเทศ การขอรับงบฯจะต้องเพิ่มไม่เกิน 20% ของงบปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น นี่เป็นกฎเหล็ก ของปีงบประมาณ 2570 รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยปรับลดคำขอตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงาน และการปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องก่อสร้าง ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย (Thailand Future Fund)

นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น ทุกหน่วยงานที่เช่าหรือซื้อรถยนต์มาใช้ ให้เปลี่ยนไปใช้รถอีวี รายการที่ลงนามซื้อไปแล้วในการซื้อรถสันดาปขอให้เจรจาผู้ประกอบการเพื่อขอปรับแก้สัญญา จากรถสันดาปเปลี่ยนเป็นรถอีวี และขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณาใช้โซลาร์ รูฟท็อป เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงานที่มีความผันผวน

“5 หน่วยงานที่ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณถือว่าแสดงถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ถึงเวลาสร้างบ้านแปงเมือง หมดเวลาการเอาเปรียบ การคดโกง และทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง และยั่งยืน”นายอนุทินกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า กรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2%  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ปกรณ์’ รับเตรียมออกพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน จ่อเพิ่มเพดานหนี้เป็น 75%
‘ปกรณ์’ รับเตรียมออกพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน จ่อเพิ่มเพดานหนี้เป็น 75%