‘ศุภจี–ยศชนัน’ เชื่อม ‘พณ.–อว.’ ต่อยอดนวัตกรรมจากอยู่บนหิ้งมาสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าให้กับสินค้า ช่วยเอสเอ็มอีสร้างรายได้ เตรียมตั้งคณะทำงาน 2 กระทรวงลุย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่กระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมทั้งผู้บริหารทั้ง 2 กระทรวงถึงการนำนวัตกรรมมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์
นางศุภจีกล่าวภายหลังการประชุมว่า ทั้ง 2 กระทรวงได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในการนำจุดแข็ง ของแต่ละฝ่ายมาต่อยอดร่วมกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับการตลาดและการค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขับเคลื่อน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ยกระดับสินค้าเกษตรและอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ SME โดยนำนวัตกรรมเข้ามาเสริมสร้างความเข้มแข็ง 2.ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการส่งออก เพื่อสร้างมูลค่าการตลาดทั้งในและต่างประเทศ 3.พัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมการจดสิทธิบัตรและคุ้มครองนวัตกรรม เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว และ4.ใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและปรับปรุงกฎระเบียบให้รวดเร็ว โปร่งใส
“เป็นการเอางานที่ทั้งสองกระทรวงมีอยู่แล้วมาเชื่อมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับ “สินค้าไทยช่วยไทย” โดยเฉพาะสินค้าในชุมชนและ SME ผ่านการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะ ร่วมกับเครือข่ายของกระทรวง อว. ในด้านทรัพย์สินทางปัญญา มีแนวทางผลักดัน “IP Finance” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็ก ใช้สิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน เราพยายามทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนหิ้ง แต่สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน”นางศุภจีกล่าว
ด้านนายยศชนันกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีทั้งมิติเร่งด่วนและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน จะเน้นช่วยเหลือ SME และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจผ่านการใช้แพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัย เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและถ่ายทอดเทคโนโลยี
“เรื่องของ SME และราคาสินค้าเป็นเรื่องเร่งด่วน เราจะใช้แพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ มาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า ขณะที่ในระยะยาว จะมุ่งวางรากฐานเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยเฉพาะการยกระดับมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา และเร่งกระบวนการจดทะเบียนให้รวดเร็วขึ้น เราต้องทำให้ทรัพย์สินทางปัญญามีมูลค่าสูงขึ้น และจดทะเบียนได้เร็วขึ้น โดยอว. จะเป็นกองหน้า และกระทรวงพาณิชย์จะช่วยในเรื่องกฎหมายและระเบียบ”นายยศชนันกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้ง 2 กระทรวงเตรียมตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเริ่มจากกลุ่มสินค้าเป้าหมายที่สามารถยกระดับเป็นสินค้ามูลค่าสูงได้ทันที พร้อมต่อยอดมาตรการ Fast Track ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในสาขาที่มีความพร้อม เช่น การแพทย์และอาหาร




