News Logo
หน้าแรก
สหรัฐคงไทยในบัญชี WL ชี้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่อเนื่อง

สหรัฐคงไทยในบัญชี WL ชี้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่อเนื่อง

2 พ.ค. 2569 20:04
ผู้ชม 7 คน

สหรัฐฯ ประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้าปี 2569 ยังคงสถานะไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) แนะเร่งปราบของก๊อปทางออนไลน์

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) ได้จัดทำรายงานสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้าสำคัญ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) เป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุด (Priority Foreign Country: PFC) ประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (Priority Watch List: PWL) และประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) ซึ่งผลการประกาศล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ทางสหรัฐยังระบุให้ไทยคงสถานะในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) ร่วมกับอีก 18 ประเทศ/กลุ่มประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย อาร์เจนตินา บาเบโดส เบลารุส โบลิเวีย บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ อียิปต์ สหภาพยุโรป กัวเตมาลา เม็กซิโก ปากีสถาน ปารากวัย เปรู ตรินิแดดและโทเบโก และตุรกี

 นางอรมนกล่าวว่า ในปีนี้ สหรัฐฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการประเมินยิ่งขึ้น จากปีก่อนที่ไม่มีประเทศใดถูกจัดไว้ในบัญชี PFC แต่ปีนี้ได้ปรับเวียดนามจากที่เคยอยู่ในบัญชี WL มาอยู่ในบัญชี PFC ในการประกาศครั้งล่าสุด พร้อมทั้งจัด 6 ประเทศไว้ในบัญชี PWL ได้แก่ ชิลี จีน อินเดีย อินโดนีเซีย รัสเซีย และเวเนซุเอลา ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เพิ่มสหภาพยุโรป(อียู) เข้ามาในบัญชี WL ปีนี้ด้วย

นางอรมนกล่าวอีกว่า รายงาน Special 301 ประจำปี 2569 ระบุว่า สหรัฐฯ เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยและพัฒนาการของการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกด้านการปราบปรามการละเมิดฯ การบูรณาการการทำงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การผลักดันการแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์และกฎหมายสิทธิบัตร รวมทั้งการเตรียมการเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่สำคัญ ได้แก่ สนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและสิ่งบันทึกเสียงขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO Performances and Phonograms Treaty) และความตกลงกรุงเฮก ว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (Hague Agreement Concerning International Registration of Industrial Designs)

 นางอรมนกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ขอให้ไทยเร่งปรับแก้ไขกฎหมายให้สำเร็จ เพื่อเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังพบการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ โดยขอให้ไทยขยายผลการปราบปรามไปถึงผู้ค้ารายใหญ่หรือแหล่งผลิตให้มากขึ้น รวมทั้งยังเห็นว่ามีคำขอสิทธิบัตรค้างสะสม (backlog) ในบางสาขา โดยเฉพาะเภสัชภัณฑ์ การแอบอ้างสิทธิในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ผ่านการใช้อุปกรณ์และแอปพลิเคชันดาวน์โหลดข้อมูลเนื้อหา (content) ที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต

 นางอรมนกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีข้อสั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง เอื้อต่อการสร้างสรรค์และส่งเสริมการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้ทันสมัย การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับระบบจดทะเบียนและงานบริการประชาชนให้สะดวกรวดเร็ว การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจ ตลอดจนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

 “ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569  (ตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569) มีผลการจับกุมดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งย่านการค้าและออนไลน์รวม 332 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,300 ล้านบาท พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุกในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนผู้บริโภคถึงผลกระทบและความเสี่ยงจากการใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมศักยภาพและความพร้อมของไทยในการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาสู่มาตรฐานสากล ตามแนวนโยบาย Trade Plus ของรัฐบาล ที่มุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของไทยในเวทีการค้าโลก ท่ามกลางภาวะความผันผวนและความท้าทายในบริบทระหว่างประเทศในปัจจุบัน”นางอรมนกล่าว

 นางอรมนกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเร่งจัดการประเด็นความท้าทายที่ยังเป็นข้อห่วงกังวลของสหรัฐฯ ทั้งด้านการแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนช่องทางออนไลน์และในท้องตลาด โดยเฉพาะย่านการค้าที่ถูกระบุในรายงานตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก หรือ Notorious Markets ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 การพัฒนากฎหมายด้านการจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์อย่างเป็นธรรม ตลอดจนเร่งรัดกระบวนการพิจารณาคำขอสิทธิบัตร ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการตรวจสอบคำขอ เพื่อส่งเสริมให้สหรัฐฯ พิจารณาทบทวนสถานะและถอดไทยออกจากบัญชี WL โดยเร็ว

 “การผลักดันให้ไทยหลุดจากบัญชี WL ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของกรมฯ โดยจะชี้แจงความก้าวหน้าด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สหรัฐฯ ทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Work Plan) ที่ได้จัดทำร่วมกับ USTR ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการมุ่งมั่นทำงานกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรม ใช้มาตรการปราบปรามเชิงรุกเพื่อตัดวงจรสินค้าละเมิดตั้งแต่ต้นตอ เน้นการจับกุมสินค้าละเมิดในย่านการค้า โกดังเก็บสินค้า ตลอดจนด่านศุลกากรข้ามแดน รวมทั้งยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมด้านการค้าการลงทุนและความน่าเชื่อถือในสายตาของนานาชาติแล้ว ยังเป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เพิ่มขีดความสามารถและสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย”นางอรมนกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ
สหรัฐ
ทรัพย์สินทางปัญญา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาคประชาสังคมรุมค้านแลนด์บริดจ์-กม.SEC ชี้กระทบชีวิตคนใต้กว่า 10 ล้าน
ภาคประชาสังคมรุมค้านแลนด์บริดจ์-กม.SEC ชี้กระทบชีวิตคนใต้กว่า 10 ล้าน