ครม.เคาะวันนี้ (5 พ.ค.) ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ติงไทยช่วยไทยพลัส แจกหว่านแห 33 ล้านคน แถมตีเช็กเปล่ารอชงโครงการใช้เงิน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 มีวาระสำคัญคือการพิจารณาออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานอันเนื่องมาจากการสู้รบในตะวันออกลางที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติในเร็ววัน ส่งผลให้กระทบเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ และคาดการณ์กันว่าจีดีพีจะขยายตัวแค่ 1.5-1.6% ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะโต 2%
รายงานข่าวแจ้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจเข้าหารือเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชน และการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ เนื่องจากงบกลางฯ เหลือแค่ 2 หมื่นล้านบาท และการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 คาดว่าจะได้มาประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ไม่น่าจะเพียงพอ จึงจะออกพ.ร.ก.กู้เงินในวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทจะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มจาก 66% ไปอยู่ที่ประมาณ 68% ซึ่งยังไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ 70% เพราะหากกู้เงินจนเกินเพดานหนี้สาธารณะรัฐบาลจะถูกโจมตีและอาจกลายเป็นประเด็นการเมืองได้
สำหรับวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนั้น จะนำไปใช้ในการช่วยเหลือประชาชนประมาณ 2 แสนล้านบาทที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและราคาสินค้าสูงขึ้น ทำให้ประชาชนลดการใช้จ่ายลง จึงต้องช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ อีกทั้งยังช่วยร้านค้ารายย่อยในการขายสินค้ามากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนวงเงินอีก 2 แสนล้านบาทจะใช้ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และก้าวไปสู่การใช้พลังงานสะอาด
ในส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทที่จะใช้ในการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นการบริโภคในประเทศนั้น จะดำเนินผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยแจกคนละ 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน คาดว่าจะแจกให้คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปคาดว่ามีประมาณ 20 ล้านคน และแจให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13.4 ล้านคน รวมแล้วกว่า 33 ล้านคน
ผู้ที่ได้สิทธิรับเงิน 1 พันบาท/เดือน ทางรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้ 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% ในการซื้อสินค้าต่างๆ ตามเงื่อนไขของโครงการ และต้องใช้วงเงิน 1 พันบาทให้หมดภายใน 1 เดือนไม่สามารถนำไปสมทบกับเงินในเดือนถัดไปได้
หลังครม.เห็นชอบพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้แล้ว จะเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัส เข้าครม.เศรษฐกิจพิจารณาในวันที่ 11 พฤษภาคมก่อนเข้าครม.ชุดใหญ่วันที่ 12 พฤษภาคม จากนั้นจะให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง และเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
ส่วนวงเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาทที่จะนำไปใช้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานนั้น จะมีทั้งโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อส่งเสริมการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) โครงการสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมทั้งใช้สนับสนุนค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งเริ่มรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับหน่วยงานต่างๆ ด้านเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมานั้น มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่แจกเงินเดือนละ 1 พันบาทให้กับประชาชนกว่า 33 ล้านคน ซึ่งเป็นการหว่านแห ควรจะช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ประชาชนบางกลุ่ม เช่นคนชั้นกลาง ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับผลกระทบทั้งหมด ดังนั้นไม่ควรใช้เงินช่วยเหลือแบบหว่านแห
ข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนการใช้เงินในโครงการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานนั้น หลายโครงการก็ยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นการออกพ.ร.ก.เงินกู้ ควรมีโครงการและวิธีการใช้เงินให้ชัดเจนก่อน ไม่ใช่ให้ออกพ.ร.ก.เงินกู้ก่อน แล้วค่อยนำโครงการมาเสนอทีหลัง เหมือนกับการตีเช็คเปล่าให้




