News Logo
หน้าแรก
'ปกรณ์' ถก 'กกร.'ลุยปราบโกง ชงเป็นวาระแห่งชาติ ให้นายกฯคุทีมล้างทุจริต

'ปกรณ์' ถก 'กกร.'ลุยปราบโกง ชงเป็นวาระแห่งชาติ ให้นายกฯคุทีมล้างทุจริต

15 พ.ค. 2569 17:22
ผู้ชม 55 คน

'ปกรณ์' ถกเครือข่าย 'กกร.-เพื่อนไม่ทน' ลุยปราบโกง ชงเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมตั้งทีมล้างทุจริตให้นายกฯคุมเอง ดัน 4 หน่วยเป็นต้นแบบโปร่งใส นำร่องเร่งแก้อุปสรรคช่วย 7 ธุรกิจ

สำนกข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 15  พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 1 ตึกแดง 3 ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายกฎหมาย) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน "Zero corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน" ประกอบด้วย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อาทิ  นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ผู้แทนมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) และ สถาบันเพื่อการยุติธรรม (TIJ) เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ภายหลังผลสำรวจภาคเอกชนพบว่ากว่า 89% มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการหารือนายปกรณ์ได้แลกเปลี่ยนกับเอกชนถึงแนวนโยบายของรัฐบาล ที่มีความชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีเจตจำนงแน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและรองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ของประเทศไทย   

ทั้งนี้ นายปกรณ์ ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของภาครัฐเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมหลายกิจกรรม อาทิ การเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริต การปรับปรุงกฎหมายที่ขณะนี้ยังมีกระบวนการที่เน้นการอนุมัติเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลยพินิจสูง อาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริต กฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน การปรับปรุงกฎหมายอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจ และล่าสุด ครม. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ได้เห็นชอบร่างพ.ร.ฎ.การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน ยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ลดการทุจริตคอร์รัปชันได้ 

นายปกรณ์ได้รับข้อเสนอจาก คณะทำงาน Zero corruptionฯ และจะนำเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาขับเคลื่อนในเชิงนโยบายต่อไป ใน 3 ประเด็น ได้แก่

1. การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ ประกอบด้วย

1.1 ประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ จัดตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ โดยนายกฯเป็นประธาน และจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อต่อต้านการทุจริตและฟอกเงิน ที่เน้นความร่วมมือ/ ผลักดันจริยธรรมและกลไกเฝ้าติดตามที่จริงจัง และควรมีองค์กรอิสระ โดยมีอำนาจหน้าที่เพื่อขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.2 ประกาศนโยบายใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปิดช่องโกง เร่งขยายการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ เพื่อเปิดเผยข้อมูลและการติดตามโครงการ ผลักดันการใช้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) และ Construction Sector Transparency Initiative (CosT) ที่มีอยู่แล้วใน พ.ร.บ. จัดซื้อฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลในการตรวจสอบ อาทิ เช่น Dash Board ระบบติดตามการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามแผนงานด้วย และ ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลกลางเพื่อลดการทุจริต

1.3 ยกระดับ 4 หน่วยงานเป็นต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร โดยการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างครบถ้วน และเข้าระบบ e-Government Procurement ลดการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น มีมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดโปร่งใสเช่น ให้ผู้มาติดต่อราชการได้ประเมินความพึงพอใจ (Citizen feedback)

2.การสร้างระบบความซื่อตรงภาครัฐ เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD และ 3.การแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าสมัยที่ กกร. ริเริ่มจัดทำโครงการ Reinvent Thailand โดยร่วมกันสร้างให้เกิดผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
"อีกทั้ง เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคธุรกิจไทย โดยมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจใน 7 ประเภท คือ 1) เกษตรและอาหาร 2) ยานยนต์ 3) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 4) สุขภาพและการแพทย์ 5) ท่องเที่ยว 6) ค้าปลีก) และ 7) ธุรกิจสร้างสรรค์"รายงานข่าวระบุ

ข่าวแจ้งด้วยว่า ในที่ประชุมได้กำหนดแนวทางที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอนการทำงาน การให้บริการของรัฐอย่างเป็นระบบและมีกำหนดเวลาการทำงานที่ชัดเจน โดยช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ กกร. จะนำเสนอข้อกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจต่อไป

ก่อนหน้านั้น นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวก่อนร่วมประชุมว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลขับเคลื่อนการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพราะถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ต้องการเห็นการทำงานที่เอาจริงเอาจัง และเป็นรูปธรรม เพราะทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และประเทศไทยต้องพยายามเข้า OECD ให้ได้ หากเข้าไม่ได้จะเหนื่อย ขณะนี้เราเรตติ้งต่ำมาก ต้องพยายามดึงเรตติ้งขึ้นมาให้ได้

ด้านนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ในสภาวะวิกฤตแบบนี้ เราต้องเร่งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และต้องการผลักดันเรื่องแอนตี้คอร์รัปชั่น สร้างความโปร่งใส

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
กกร.
ปราบโกง