News Logo
หน้าแรก
ม.หอการค้าไทย แจงยิบวิธีทำโพลคอร์รัปชัน ยันยึดหลักวิชาการ

ม.หอการค้าไทย แจงยิบวิธีทำโพลคอร์รัปชัน ยันยึดหลักวิชาการ

16 พ.ค. 2569 14:40
ผู้ชม 36 คน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย แจงยิบวิธีทำโพลคอร์รัปชัน ยันยึดหลักวิชาการ อิงเวิลด์แบงก์-OECD ใช้วิธีถามแบบตัวต่อตัว ชี้ คพ.แม้ไร้อำนาจสั่งปิดโรงงาน แต่ยังมีช่องให้จนท.เรียกสินบนได้

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมว่า จากกรณีที่ “คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน แถลงข่าว “ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ" พร้อมเผยแพร่ข้อมูลถึงหน่วยงานรัฐต่างๆ เกี่ยวกับการรับสินบน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ต่อมาหลายหน่วยงานพร้อมนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบ แต่บางหน่วยงานโดยเฉพาะกรมควบคุมมบพิษ(คพ.) ที่ถูกระบุได้ออกมาปฏิเสธ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ทำการสำรวจส่งรายละเอียดการจัดทำผลสำรวจให้ภายใน 7 วันนั้น

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยชี้แจงว่า ในฐานะฝ่ายวิชาการ ซึ่งทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) หรือ ACT สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ ) เป็นต้น ขอชี้แจงในการทำงานเชิงวิชาการว่า ทางศูนย์ฯ มีการประชุมแบบสอบถาม ซึ่งแบบสอบถามจะยึดโยงมาจากแบบสอบถามของธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) ที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยร่วมกับธนาคารโลก สำรวจเรื่องคอร์รัปชันที่ในขณะนั้น ธนาคารโลกร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แบบสอบถามจึงยึดโยงจากแนวทางของธนาคารโลกเป็นหลัก ทั้งแนวคำถามและหน่วยงานที่ภาคธุรกิจติดต่อบ่อย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาคประชาชนในที่สุด

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ระบุว่า นอกจากนั้นทางศูนย์ฯ ได้นำเอาแนวทางของคำถามที่ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ) ตั้งประเด็น และสำนักงานคณะกรรมการรป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ได้ทำงานวิจัยในหลายรูปแบบ

“เมื่อแบบสอบถามเสร็จ ก็นำไปถามแบบตัวต่อตัว หรือ Face to Face จำนวน 401 ตัวอย่าง ขณะเดียวกันก็ใช้ข้อมูลจาก Google form มาเป็นตัวเสริมของข้อมูล เพื่อดูความสอดคล้อง ซึ่งเป็นตัวกำกับในเชิงนโยบาย ดังนั้น ในการแถลงข่าวนั้น เราใช้ข้อมูลจาก Face to Face 100% เต็ม

การสำรวจได้ใช้โครงสร้างของจีดีพี ประชากรและจำนวนธุรกิจ ในแต่ละภาค แต่ละสาขาของธุรกิจเป็นสำคัญ”ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯระบุ

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯระบุว่า ทั้งนี้ จำนวน 26 หน่วยงาน มาจากแนวทางที่ธนาคารโลก และ OECD ที่ได้จำแนกหน่วยงานภาครัฐออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1: Tax & Revenue: หน่วยงานจัดเก็บภาษีและรายได้ภาครัฐ

กลุ่มที่ 2: Licensing & Permits: หน่วยงานออกใบอนุญาตและจดทะเบียนธุรกิจ

กลุ่มที่ 3: Customs & Trade: หน่วยงานศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ

กลุ่มที่ 4: Utilities & Infrastructure: หน่วยงานสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน

กลุ่มที่ 5: Law Enforcement & Judiciary: กระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย (ยกเว้นศาล) ร่วมกับการใช้ข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่แบ่งกลุ่มงานออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.สังคม 3.ความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 4.เศรษฐกิจ และ 5.นโยบายและวิชาการ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ พิจารณาร่วมกัน โดยมีการเปิดหน่วยงานอื่นๆ ไว้ในแบบสอบถามด้วย

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯระบุว่า ในการตอบแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถาม จะตอบตามความสมัครใจว่า มีประสบการณ์ตรงติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ โดยตรงในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่ อย่างไร และจะถามต่อว่ามีติดต่อกี่ครั้ง และมีการเสนอให้สิ่งตอบแทนพิเศษหรือไม่ ถ้ามี ก็จะถามต่อว่ามีจำนวนกี่ครั้ง รวมไปถึงมูลค่าในการให้สิ่งตอบแทนล่าสุด

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯระบุว่า จากนั้นนำเอาข้อมูลต่างๆ มาพิจารณา 2 รูปแบบ คือ (1) จำนวนที่มีการติดต่อ กับจำนวนที่เสนอให้สิ่งตอบแทนออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ว่าในการเจอ 100% มีการให้สิ่งตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ และจัดเรียงลำดับและเปอร์เซ็นต์สูงสุด เช่น 100% สำหรับการติดต่อและต้องจ่ายผลตอบแทนเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย (2) สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่า มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน โดยนำเอามูลค่าเฉลี่ยการจ่ายต่อครั้ง มานำเสนอเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯระบุว่า แบบสอบถามมุ่งเน้นถามกลุ่มตัวอย่าง โดยถามภาพกว้าง เรื่องการคอร์รัปชันในภาพรวม และประสบการณ์ที่ติดต่อหน่วยงานต่างๆ ว่าต้องจ่ายผลตอบแทนสิ่งตอบแทนพิเศษหรือไม่ ไม่ได้มุ่งเน้นในการเจาะรายละเอียดในแต่ละหน่วยงานของภาครัฐ ว่าให้แก่บุคคลใด หรือในกระบวนการขั้นตอนใด อย่างไร และท้ายที่สุดก่อนที่จะมีการแถลงข่าวนำเสนอผลการสำรวจฯ ในวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ทางศูนย์ฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน “Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน” โดยภาพรวมถึงผลการสำรวจที่ได้นำไปแถลงข่าว

“ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันมิใช่เป็นเพียงประเด็นด้านธรรมาภิบาลเท่านั้น หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ตัวเลขการสำรวจทางวิชาการที่ปรากฏจึงถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรตระหนัก และร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กกร. เชื่อมั่นว่า ความโปร่งใสต้องเริ่มต้นจากการยอมรับข้อเท็จจริง และการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับการทุจริต พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความสุจริต โปร่งใสและเป็นธรรม ภายใต้เจตนารมณ์ ไม่ทน ไม่ทำ ไม่เพิกเฉย อย่างเป็นรูปธรรมกันทั้งสังคม”ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงว่า คพ.ไม่มีอำนาจออกใบอนุญาตใดๆ ให้เอกชน การลงพื้นที่ตรวจโรงงาน คพ.จะประสานงานกับอุตสาหกรรมจังหวัด ตรวจวัดคุณภาพตามหลักวิชาการ หากพบโรงงานทำผิด อุตสาหกรรมจังหวัดจะมีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย คพ.ไม่มีอำนาจสั่งให้โรงงานหยุดหรือพักกิจการ จึงไม่มีช่องทางเอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์ และหากตรวจพบการปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการจะได้รับคำสั่งให้แก้ไขภายใน 90–120 วัน หากไม่แก้ไขต้องปรับเงินวันละ 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท จึงเป็นไปได้ยากที่เอกชนจะยอมจ่ายเงินกว่าแสนบาท เพื่อแลกกับการจ่ายค่าปรับหลักพันบาท หรือสูงสุดก็ยังต่ำกว่ามูลค่าสินบนเกือบครึ่งนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่า คพ.จะไม่มีอำนาจในการสั่งปิดโรงงาน แต่เป็นไปได้หรือไม่ ถ้าจะมีเจ้าหน้าที่บางคนอาจบิดเบือนผลรายงานการตรวจสอบผิดไปจากข้อเท็จจริงนอกจากจะช่วยโรงงานไม่ต้องเสียค่าปรับรายวันแล้ว ทางโรงงานก็ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบต่างๆ อีกด้วย และหากมีการรายงานผลตรวจสอบที่ถูกต้องให้อุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อสั่งพักหรือหยุดเดินเครื่อง ก็จะทำให้โรงงานขาดรายได้จำนวนมาก ดังนั้นทางโรงงานอาจยอมจ่ายสินบนหลักแสนบาท เพื่อแลกกับการสูญเสียรายได้ที่มากกว่าเงินสินบน ก็เป็นไปได้

1

1

2

2

3

3

IMG_9169

4

IMG_9170

5

IMG_9171

6

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.โรงแรมชงเวทีนายกฯพบเจ้าสัว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่-ปรับฟรีวีซ่า
ส.โรงแรมชงเวทีนายกฯพบเจ้าสัว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่-ปรับฟรีวีซ่า