สมาคมโรงแรมเผยเวทีนายกฯพบเจ้าสัว ให้พูดคนละ 3 นาที เตรียมชง 10 ข้อ แต่เสนอได้แค่ 8 ข้อ ขอพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ‘แมน เมด’ใหม่ ทั้งคอนเสิร์ตฮอลล์-สวนสนุกระดับโลก ปรับฟรีวีซ่าให้แค่บางประเทศ หนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยรายเล็ก
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมว่า จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จัดงาน "The Listening Forum : Voices to the PM – ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" โดยนำรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หารือกับผู้บริหารกลุ่มธุรกิจต่างๆ ระดับชั้นนำของประเทศ หรือเวทีนายกฯพบเจ้าสัว ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเย็นวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ที่เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า มีการกำหนดเวลาคร่าวๆ ให้แต่ละท่านนำเสนอข้อมูลต่างๆ คนละ 3 นาที โดยมีผู้เสนอประมาณ 14-15 ท่าน สำหรับในส่วนของสมาคมโรงแรมไทยได้เสนอดังนี้ 1.สถานการณ์ตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นทั่วโลก กระทบต่อราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น และมีการยกเลิกไฟลท์ ประเทศไทยควรทำให้การมาท่องเที่ยวเมืองไทยมีราคาถูกลง โดย 1.1 โดยรัฐควรสนับสนุน charter flight ในหลายเส้นทางเพื่อให้การเดินทางมาเมืองไทยมีค่าใช้จ่ายถูกลง 1.2 สนับสนุนโครงการ co payment สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศ 1.3 ไม่ควรทำ exit fee 1,000 บาท ในตอนนี้ ควรพิจารณาให้รอบคอบ นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาประเทศไทยมากขึ้นในช่วงนี้ เพราะนักท่องเที่ยวไทยก็เดินทางไปประเทศจีนจำนวนมาก ทำให้สายการบินมีกำไรและเพิ่มจำนวนไฟลท์บินระหว่างสองประเทศมากขึ้น
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า 2.มาตรการฟรีวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวยังมีความจำเป็น แต่ควรพิจารณาประเทศที่มีศักยภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายเดียวกันครอบคลุมทั้ง 93 ประเทศ เช่น จำนวนวันพำนักในประเทศไทย และจำนวนครั้งต่อปี เราสามารถกำหนดได้ว่าหลังจากเข้าประเทศไทยแล้วจะต้องไม่ใช้ฟรีวีซ่าท่องเที่ยวอีกอย่างน้อย 60 วัน เพื่อป้องกัน visa run 3.รัฐควรสนับสนุนให้มีการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการจองห้องพักของคนไทยกับโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อให้มีการคิดค่าการตลาดถูกกว่า OTA ต่างชาติ นักท่องเที่ยวจ่ายค่าห้องพักถูกลง โรงแรมได้ราคาดีกว่าผ่าน OTA ต่างชาติ เงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2568 มีรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็น การใช้จ่ายสำหรับห้องพักประมาณ 20 ถึง 25%
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า 4.ควรออกกฏหมายควบคุม OTA ต่างชาติ ให้จ่ายภาษีค่าการตลาดให้กับรัฐ และพิจารณากำหนดค่าคอมมิชชั่นให้เป็นธรรมซึ่งปัจจุบันสูงมาก และยกเลิก rate parity ซึ่งหลายประเทศในยุโรปได้มีการยกเลิกแล้ว 5.ควรมีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อสนับสนุนให้การท่องเที่ยวกระจายไปยังเมืองรอง ซึ่งระบบรถไฟเป็นระบบที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นและประเทศสเปน
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า 6.รัฐควรสนับสนุน ให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยอาจจะมีข้อเสนอให้ต่างชาติร่วมพัฒนา man made destination โดยอาจจะเสนอแปลงที่ดินที่มีศักยภาพ เช่น ท่าเรือคลองเตย, พื้นที่อีอีซี เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า สนามกีฬา คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงแรม ศูนย์การค้า และสวนสนุกระดับโลก
7.หาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อทำการปรับปรุงโรงแรม และประหยัดพลังงาน 8.ควบคุมไม่ให้มีการสูบกัญชาในที่สาธารณะจะกระทบ repeated guest หรือลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า เนื่องจากมีการจำกัดเวลาแค่ 3 นาทีจึงยังไม่เสนออีก 2 ข้อ คือ 1.ควรควบคุมโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต เพราะจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย และหากรัฐบาลมีโครงการสนับสนุนให้กับธุรกิจโรงแรมก็ไม่ควรให้กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าร่วม เพราะจะทำให้ไม่กระตือรือร้นในการปรับปรุงเพื่อขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งการขออนุญาตไม่ใช่เรื่องยากตามพ.ร.บ.โรงแรม แต่ที่มีปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของอาคารที่อาจผิดแบบ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับผังเมืองด้วย
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า 2.ขอให้รัฐบาลกำชับหน่วงานต่างๆ ในการจัดสัมมนานอกสถานที่ให้ใช้อัตราใหม่สำหรับค่าที่พักและค่าอาหาร ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติแล้ว หลังจากไม่ได้ปรับอัตรามา 17-18 ปีและกรมบัญชีกลางก็มีหนังสือเวียนถึงหน่วยงานต่างๆ แล้ว แต่ในข้อเท็จจริงพบว่าหน่วยงานรัฐต่างๆ ยังขอใช้ค่าที่พักและค่าอาหารในอัตราเดิมอยู่




