หอการค้าไทยเสนอนายกฯ ในเวทีพบเจ้าสัว 3 ข้อ ให้ตั้งกรรมการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นแห่งชาติ ปฏิรูปภาคเกษตร เร่งผลักดันการค้า-ลงทุน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนชั้นนำหลายบริษัท ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อระดมสมองและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ทางหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำเสนอประเด็นสำคัญ 3 เรื่องได้แก่ 1.ขอให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยเฉพาะภาคเอกชน รวมถึงตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัจจุบันมีคอร์รัปชั่นเรื้อรัง เป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก และจำเป็นต้องแสดงความชัดเจนให้นานาประเทศเห็นถึงความตั้งใจและทำจริงเพื่อยกระดับประเทศเข้าเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา)
2.เร่งเข้าไปดูแลและปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้โดยทันที ลดต้นทุน และสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้แก่เกษตรกรและครอบครัวกว่า 30 ล้านคน พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึง ยกระดับภาคเกษตรทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การบริหารจัดการน้ำ การใช้เทคโนโลยี การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว
3. ผลักดันการค้าและการลงทุนของประเทศไทยอย่างจริงจัง ท่ามกลางความท้าทายและโอกาสจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการขับเคลื่อน เพื่อกำหนดทิศทางให้ชัดเจน รวดเร็ว ตรงเป้าหมาย และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้กลไกการทำงานลักษณะเดียวกับ ครม.เศรษฐกิจ
“ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลรับฟังความเห็นของภาคเอกชน และตามที่นายกฯรับข้อเสนอไป คงจะมีการจัดลำดับความสำคัญ เร่งด่วน พร้อมเร่งทำต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศร่วมกัน”นายพจน์กล่าว




