อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจฯ หนุนเอกชนช่วยปราบทุจริต แต่แปลกใจติดโผ 26 หน่วยโพลรับสินบน เพราะใช้ระบบดิจิทัล 100% ลดใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ยันพร้อมตรวจสอบถ้าพบผิดเจอลงโทษหนัก
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม จากกรณีที่“คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผย “ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ" พร้อมเผยแพร่ข้อมูลที่เอกชนจ่ายสินบนให้กับ 26หน่วยงานรัฐนั้น
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นประกอบการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจชาวต่างชาติ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยกรมฯ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมฯ เข้มงวดต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน และกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน หากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือภาคประชาชน กรมฯ จะรีบตรวจสอบโดยทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อการให้บริการของกรมฯ รวมทั้ง นำระบบดิจิทัลมาให้บริการในทุกกระบวนงาน ซึ่งช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักในการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ
“จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ซึ่งระบุชื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ (สินบน) แม้จะอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ของผลสำรวจเรื่องจำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อนั้น ผมรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว เช่น การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ผ่านระบบ DBD Biz Regist การจดทะเบียนบริษัทมหาชน ผ่านระบบ DBD e-PCL การนำส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ผ่านระบบ e-Foreign Business การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นต้น ซึ่งทุกระบบที่กล่าวมามีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100% แล้ว”นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมฯ ได้ทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยตลอด เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง สร้างระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชนทราบระยะเวลาการให้บริการที่ชัดเจน ช่วยลดความคลางแคลงใจในการให้บริการของกรมฯ ช่วยขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ อีกทั้ง สั่งการเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด รวมถึงกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตลอดจนมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด
“แต่เมื่อผลสำรวจออกมาเช่นนี้ กรมฯ ก็พร้อมตรวจสอบถึงข้อกล่าวอ้างฯ ดังกล่าว โดยจะปฏิบัติบนหลักสัจธรรมและความถูกต้องที่ว่า ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ ไม่เข้าข้างผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำความผิด ก็พร้อมดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด และจะเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 19 พฤษภาคมเพื่อให้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว เพื่อปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน”นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์กล่าวว่ากรมฯเห็นด้วยและขอชื่นชมที่ภาคเอกชนเข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติราชการและการให้บริการของภาครัฐในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจ/การใช้บริการของภาครัฐ รวมทั้ง การต่อต้านและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศ และเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน เชื่อว่าเสียงสะท้อนของภาคธุรกิจและประชาชนจะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภาครัฐให้มีความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเดินหน้าสู่ภาครัฐโปร่งใสตามความคาดหวังของภาคธุรกิจและประชาชน
“แต่มีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียงเกือบทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาและไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการทำสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม การตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างเพียง 401 ราย และคำถามที่อาจมีความไม่ชัดเจน อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ตอบแบบสอบถาม อย่างไรก็ตามหากภาคธุรกิจและประชาชนพบเห็นเจ้าหน้าที่กรมฯ เรียกรับผลประโยชน์ หรือทุจริตคอร์รัปชัน สามารถร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th และ Call Center 1570 กรมฯ ขอขอบคุณทุกข้อร้องเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความโปร่งใส และยกระดับภาครัฐให้เป็นที่พึ่งแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างแท้จริง”นายพูนพงษ์กล่าว




