News Logo
หน้าแรก
นายกฯ มอบนโยบายทีมไทยแลนด์ยุโรป เร่งเครื่อง FTA-ปักธงเข้า OECD ใน 3 ปี

นายกฯ มอบนโยบายทีมไทยแลนด์ยุโรป เร่งเครื่อง FTA-ปักธงเข้า OECD ใน 3 ปี

25 พ.ค. 2569 16:48
ผู้ชม 6 คน

'อนุทิน' มอบนโยบายเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป เร่งขับเคลื่อน FTA ไทย-อียู ตั้งเป้าเป็นสมาชิก OECD ภายใน 3 ปี

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป รวม 24 ประเทศ โดยเป็นการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังเสียงสะท้อนในการขับเคลื่อนนโยบายในประเด็นสำคัญ อาทิ การเร่งรัดขับเคลื่อนความตกลงการค้าเสรี (FTA), การยกระดับทางการทูต และการเตรียมความพร้อมยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

20260524194826_4887

นายกฯ - รองนายกฯ เข้าร่วมการประชุมเอกอัครราชทูต-กงสุลใหญ่ ประจำภูมิภาคยุโรป เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดและมอบนโยบายในการขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้น น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. การเร่งเครื่อง FTA ไทย-สหภาพยุโรป : นายอนุทินได้เน้นย้ำว่า วาระสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลในขณะนี้ คือการเร่งรัดขับเคลื่อนความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศกำลังให้ความสนใจ เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการทลายอุปสรรคทางการค้าและลดภาษีนำเข้า-ส่งออก ทั้งยังเป็นการเปิดประตูให้สินค้าและวัตถุดิบคุณภาพจากประเทศไทยเข้าสู่ยุโรปได้มากขึ้น โดยนายกฯ ได้ให้ความมั่นใจถึงการปรับการทำงานที่ให้ทุกหน่วยบูรณาการเป็นการทำงานในรูปแบบ 'คลัสเตอร์' เพื่อผลักดันการเดินหน้าปิดการเจรจา FTA  

  2. ยกระดับการทูตเชิงรุก : นายอนุทินได้พูดถึงแนวทางการทูต 2.0 หรือ ซึ่งเป็นการทูตที่รักษาสมดุลท่ามกลางความขัดแย้งของโลก โดยให้ความสำคัญกับ 4 เสาหลัก ได้แก่ การทูตเพื่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมสิ่งและแวดล้อม และมนุษยธรรม 

  3. การยกระดับมาตรฐานเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD : ในขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งยกระดับกฎหมายและมาตรฐานของประเทศให้สอดคล้องกับ OECD เพื่อสนับสนุนการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการเร่งให้สำเร็จภายใน 3 ปี จากเดิมที่เคยตั้งไว้ 5 ปี

  4. การชูจุดแข็งไทยด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงานแห่งอนาคต : นายกฯ ได้กล่าวถึงการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำในกลุ่มอาเซียน พบว่าทุกประเทศต่างปักหมุดให้ ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งภูมิภาค ซึ่งประเด็นนี้ประเทศไทยค่อนข้างมีศักยภาพสูง

  5. การเป็นเจ้าภาพงานสำคัญระดับโลกของไทย : นายกฯ ระบุด้วยว่า หลังจากนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมและเวทีระดับโลกหลายรายการ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยอยู่ในจุดสนใจของโลกมากขึ้น ได้แก่ 1. งาน Gastech 2026 นิทรรศการด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ช่วงเดือนกันยายน 2. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank–IMF Annual Meetings 2026) ช่วงเดือนตุลาคม และ 3. งานประชุมสุดยอดสุขภาพโลก (Global Wellness Summit) ในเดือนพฤศจิกายน จึงขอให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ช่วยประชาสัมพันธ์และต่อยอดโอกาสดังกล่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย

ทั้งนี้  นายอนุทินได้ย้ำว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค ด้วยจุดแข็งด้านเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการลงทุน และภาคเอกชนที่เข้มแข็ง ดังนั้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันและทำงานในรูปแบบ 'ทีมไทยแลนด์' ที่มีความคล่องตัวในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ ก็จะช่วยผลักดันประเทศไทยสู่แถวหน้าของเวทีโลกได้อย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน
FTAฝรั่งเศส
ทีมไทยแลนด์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปอท-ตำรวจไซเบอร์ฟันไลฟ์สดอนาจารผู้ผลิต-แพลตฟอร์ม จ่อแก้ กม.ถอดเนื้อหา
ปอท-ตำรวจไซเบอร์ฟันไลฟ์สดอนาจารผู้ผลิต-แพลตฟอร์ม จ่อแก้ กม.ถอดเนื้อหา