News Logo
หน้าแรก
‘ภาวุธ’ ขยี้ 4 ปมบังเอิญ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน จี้สอบโครงการ

‘ภาวุธ’ ขยี้ 4 ปมบังเอิญ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน จี้สอบโครงการ

29 พ.ค. 2569 12:08
ผู้ชม 46 คน

‘ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ’ ขยายปม TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ตั้งข้อสงสัยทั้งตัวเลขผู้ใช้ 5 ล้านคน กระบวนการประมูล 34 วัน และเครือข่ายบริษัทเอกชนที่ได้งานซ้ำหลายโครงการ พร้อมเรียกร้องให้ สตง.-ป.ป.ช. ตรวจสอบก่อนเปิดลงทะเบียน

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เกิดการตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของ โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ในการประชุมที่รัฐสภา ซึ่งมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและความเชื่อมโยงของบริษัทเอกชนที่ได้รับงาน จนนำไปสู่การเรียกร้องให้ชะลอโครงการและเปิดให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสทั้งหมด

นายภาวุธกล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport อยู่ภายใต้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุนดีอี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจผ่านการใช้เทคโนโลยี โดยกองทุนดังกล่าวได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปีละประมาณ 2 พันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ได้มีการจัดทำโครงการ TH-AI Passport วงเงินราว 1.6 พันล้านบาท เพื่อแจกบริการ AI ระดับโปรให้ประชาชนใช้ฟรี 5 ล้านคน ซึ่งนายภาวุธตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประเทศ โดยระบุว่า “ถามว่าทำไมต้อง 5 ล้านคน ก็เพราะนำตัวเลขประชาชน 3 ล้านคนหารกับ 1.5 พันล้านบาท จึงได้มา 5 ล้านคน” พร้อมมองว่าโครงการนี้ “ไม่ได้มาจากความต้องการจริงของประเทศไทยเลย”

นายภาวุธยังตั้งคำถามถึงกระบวนการเสนอของบประมาณ โดยระบุว่า กสทช.เป็นผู้เสนอของบเอง ทั้งที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการกองทุนดังกล่าว พร้อมเปรียบเปรยว่าเป็นลักษณะ ตั้งเอง ชงเอง และตบเอง และถามว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุน นายไชยชนกเห็นว่ากระบวนการลักษณะนี้เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดขึ้น

นายภาวุธกล่าวต่อว่า แม้จะไม่ปฏิเสธว่า AI เป็นเรื่องสำคัญ แต่ตั้งคำถามถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งใช้งบประมาณจำนวนมากในเวลาสั้นๆ โดยระบุว่า โครงการนี้ใช้งบเกือบ 60-70% ของวงเงินกองทุนทั้งหมด ทั้งที่สามารถรอใช้งบประมาณในปีถัดไปได้ อีกทั้งยังมองว่าเป็นโครงการที่ อนุมัติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ของกองทุน DE เพราะใช้เวลาเพียง 34 วัน ตั้งแต่เปิดประกวดราคาจนถึงวันยื่นเอกสาร ทั้งที่โดยปกติกระบวนการลักษณะนี้มักใช้เวลา 3-6 เดือน

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยระบุว่า กลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมประมูลเป็นกลุ่มเดียวกับที่จัดทำราคากลาง ก่อนจะเข้าร่วมเสนอราคาและชนะการประมูลในท้ายที่สุด โดยราคาที่ชนะต่ำกว่าราคากลางเพียง 1.5% เท่านั้น พร้อมตั้งคำถามว่ามีการ ล็อกสเปก ไว้ในทีโออาร์หรือไม่

นายภาวุธยังกล่าวถึง ความบังเอิญ หลายประการในโครงการนี้ เช่น การกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าจอในร้านสะดวกซื้อ ทั้งที่มีช่องทางอื่นอีกจำนวนมาก โดยระบุว่า หนึ่งในกิจการร่วมค้าที่ชนะงาน มีความเกี่ยวข้องกับผู้ถือสิทธิบริหารหน้าจอในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงไปถึงโครงการด้านดิจิทัลอื่นของภาครัฐ ทั้งโครงการ Big Data และแพลตฟอร์มคลังหน่วยกิตของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงระบบดิจิทัลของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีมูลค่ารวมระดับหลายหมื่นล้านบาท โดยระบุว่า บริษัทที่จัดทำราคากลางในหลายโครงการ เป็นกลุ่มเดียวกับที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport

“คือเป็นความบังเอิญที่ 3 บริษัทนี้สามารถไปวางราคากลางให้กับโครงการระดับหลายพันล้านที่กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยบริหารอยู่ ถือเป็นความเป๊ะ ราวกับเป็นแก๊งเดียวกัน” นายภาวุธกล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มบริษัทที่ชนะโครงการดังกล่าวยังเป็นผู้ได้รับงานโครงการโมโตจีพี จ.บุรีรัมย์ ด้วยเช่นกัน

“แหม อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นว่ากลุ่มบริษัทเหล่านี้สามารถรับงานทุกอย่าง รวมถึงรับงานโมโตจีพีได้อีกด้วย” นายภาวุธกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่า บริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มทุนขาประจำ ที่ได้รับงานในกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลหรือไม่ และถามนายไชยชนกว่า “รู้มาก่อนหรือไม่ และปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในกระทรวงของท่านได้อย่างไร”

นายภาวุธยังตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนผู้ใช้งาน โดยเชื่อว่าประชาชนจะใช้บริการไม่ถึง 5 ล้านคน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณถึง 1.5 พันล้านบาทซื้อสิทธิใช้งานล่วงหน้าทั้งหมด พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องจัดซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง แทนที่จะเจรจากับผู้ให้บริการโดยตรง ซึ่งอาจทำให้รัฐสามารถต่อรองเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ได้ดีกว่า

“วันนี้ของฟรีก็มีเต็มไปหมดเลย เพราะการแข่งขัน AI มันสูง” นายภาวุธกล่าว พร้อมมองว่าโครงการนี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุนดีอีกว่า 1.6 พันล้านบาท และเรียกร้องให้ชะลอการเปิดลงทะเบียนในเดือนมิถุนายนออกไปก่อน เพื่อเปิดทางให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและความเป็นไปได้ของผลประโยชน์ทับซ้อน

ภายหลังการตั้งกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ - Pawoot Pongvitayapanu ขยายรายละเอียดและข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท โดยระบุว่า


วันนี้ผมได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถามสดในสภา กับทาง รมว.กระทรวง DE คุณไชยชนก ชิดชอบ ถึงเรื่องโครงการ TH-AI Passport ที่รัฐบาลจะแจก AI ให้คนไทย 5 ล้านคน มูลค่า 1,621 ล้านบาท

.

ฟังคำตอบแล้วยิ่งงงกว่าเดิมครับ.! (แนะนำถ้ามีโอกาสได้ดูคลิปการตั้งกระทู้ถาม จะเข้าใจมากขึ้น)

.

#เริ่มจากคำถามแรก ทำไมต้องแจก AI ให้ 5 ล้านคน?

.

เพราะได้ยินจากเจ้าหน้าที่ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) หน่วยงานภายใต้การกำกับของท่านรัฐมนตรีเองนั่นแหละ ชี้แจงในกรรมาธิการว่า วิธีคิดง่ายมากเลย กองทุนมีเงินเหลือ 1,500-1,600 ล้าน เอาหารด้วยราคา AI หัวละ 300 บาท ก็ได้ 5 ล้านคนพอดี ฟังแล้วตกใจ ว่าตัวเลข 5 ล้านคน ไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชนเลย

.

รัฐมนตรีตอบว่ามาจากการศึกษา AI Adoption Rate ของโลก ต้องการดันไทยขึ้นไปแข่งกับเวียดนาม

แต่ที่น่าสังเกตคือรัฐมนตรีพูดตรงๆ เลยว่า "ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไปชี้แจงยังไง"

.

แปลว่ารัฐมนตรีกับ สดช. ให้เหตุผลคนละชุดกัน คนหนึ่งบอกคิดจากเงินที่เหลือ อีกคนบอกคิดจากตัวเลขโลก แล้วใครพูดความจริงครับ?

---

#คำถามที่สอง ทำไมโครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่น ภายในแค่ 34 วัน? ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุน DE

.

โครงการ 1,600 ล้านบาท ประกาศวันคริสต์มาส ให้เวลายื่นซองแค่ 34 วัน ทั้งที่โครงการระดับนี้ปกติใช้เวลา 3-6 เดือน แล้วยังมีสิ่งที่รู้สึกว่าบังเอิญเกินไปหลายอย่างมากในโครงการนี้

.

#บังเอิญแรก กลุ่มบริษัทที่มาทำราคากลาง กลายมาเป็นผู้ชนะประมูลเอง และชนะด้วยราคาต่ำกว่าราคากลางที่ตัวเองกำหนดแค่ 1.5% พอดิบพอดี

.

#บังเอิญที่สอง TOR บังคับให้โฆษณาผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ทำไมโครงการ AI ต้องบังคับโฆษณาผ่านร้านสะดวกซื้อ? และมีกลุ่มทุนสื่อรายเดียวที่ถือครองสิทธิ์จอเหล่านั้นในประเทศไทย และกลุ่มทุนนั้นบังเอิญอยู่ในกิจการร่วมค้าที่ชนะประมูลด้วย

.

#บังเอิญที่สาม บริษัท 3 รายที่มาทำราคากลางโครงการนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำราคากลางโครงการ Big Data และคลังหน่วยกิตของกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาฯ รวมกันเป็นหมื่นล้านบาท

.

#บังเอิญที่สี่ กลุ่มบริษัทเดียวกันนี้ยังได้งานโครงการแข่งรถ Moto GP ที่บุรีรัมย์อีกด้วย (กลุ่มบริษัทนี้เก่งจัง ทำงานได้หลากหลายจริงๆ)

.

มันจะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไงครับ?

.

รัฐมนตรีตอบว่ากระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 5 เดือน มีประชาพิจารณ์ตามกฎหมาย และ TOR มี 33 หน้า ส่วนที่เกี่ยวกับสื่อมีแค่ 2 หน้า

.

มีจุดที่น่าสังเกตุ 2 จุด คือ 

- หนึ่ง 5 เดือนเป็นการนับกระบวนการภายใน แต่เอกชนรายอื่นรู้จากวันประกาศ ซึ่งให้เวลาแค่ 34 วันจริงๆ ในทางปฏิบัติไม่มีทางเตรียมตัวการยื่นเสนอโครงการขนาดนี้ได้ทัน "ยกเว้นมีวงใจรู้ข้อมูลล่วงหน้า" หรือ "เป็นคนเขียนสเป็กเอง" 

- สอง ความผิดกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า แค่บรรทัดเดียวที่ล็อกสเปกให้รายเดียวได้ประโยชน์ก็ผิดกฎหมายแล้ว ซึ่งใน 2 หน้าที่ท่านบอกมาว่าเป็นรายละเอียดของสื่อโฆษณาของโครงการ ก็เต็มไปด้วยการ ล๊อกสเป็กแล้ว

.

#คำถามที่สาม คุ้มค่าจริงหรือ?

.

ถ้าจะให้คนไทย 5 ล้านคนใช้ AI จริงๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อแยก Account ให้แต่ละคน แค่ซื้อ Token เหมามาแบ่งกันใช้น่าจะใช้เงินหลักร้อยล้าน ไม่ใช่ 1,500 ล้าน

และทำไมต้องซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง ทั้งที่สิงคโปร์ดีลตรงกับ OpenAI แล้วยังได้ OpenAI มาตั้งแล็บในประเทศอีก 300 ล้านดอลลาร์

.

รัฐมนตรีตอบว่าดีลตรงทำไม่ได้เพราะผิด Company Policy และกฎหมายไทย และถ้าซื้อตรงข้อมูลจะไหลออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันว่าคุ้มค่าเพราะตกหัวละแค่ 27 บาทต่อเดือน ถูกกว่าสิงคโปร์ 20 เท่า

.

แต่ที่สังเกตได้คือโครงการรัฐไทยอื่นๆ เคยดีลตรงกับ Microsoft Azure และ AWS ได้มาแล้ว แล้วทำไมโครงการนี้ทำไม่ได้? อ้าวว....

.

และที่รัฐมนตรีบอกว่าซื้อตรงไม่ได้เพราะข้อมูลจะไหลออกนอกประเทศ แต่โครงการนี้ใช้ AI ต่างชาติ 8 แบรนด์เป็นหลักอยู่แล้ว ข้อมูลก็ยังต้องไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ต่างชาติอยู่ดี แล้วต่างกันตรงไหนครับ?

.

แล้วก็มีคำถามสุดท้ายที่ผมถามว่าเครือข่ายบริษัทเชื่อมโยงกับพรรคอย่างไร "ซึ่งรัฐมนตรีไม่ตอบเรื่องนี้เลย" แต่ปิดท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ผมตกใจที่สุดในวันนี้.! อ่านดีๆ นะครับ...

.

"ใครได้รับงานในโครงการดังกล่าวไม่เป็นประเด็น และเรื่องของผม"

.

"ใครประมูลผ่าน ใครรับงานต้องทำตามนโยบาย หากทำไม่ได้ ผมต้องจัดการ ดังนั้น ใครได้ ผมไม่สน” 

.

สรุปท่านจะไม่สนเลยเหรอว่าใครจะโกง จะเป็นกลุ่มทุนล๊อกสเป็กได้โครงการนี้ (แต่ท่านก็คงไจะไม่สนหรอก เพราะ....)

.

เงิน 1,621 ล้านบาทนี้ไม่ใช่เงินส่วนตัวของท่านนะครับ มันคือเงินภาษีของประชาชนทุกคน การบอกว่าใครได้งานไม่ใช่ประเด็น ผมคิดว่ามันคือการปฏิเสธความรับผิดชอบในสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน

.

ผมขอเรียกร้องให้ "ระงับการเปิดลงทะเบียนโครงการนี้" ที่กำลังจะเปิดเดือนหน้าไว้ก่อน แล้วส่งให้ สตง. และ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบกระบวนการประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน

ประชาชนมีสิทธิ์รู้ว่าเงินภาษีของตัวเองถูกใช้อย่างโปร่งใสหรือเปล่าครับ

.

โดยสรุปสิ่งที่ทาง รมต. ยังไม่ได้ตอบ

 รมต. บอกว่า AI สำคัญต่อประเทศ — เห็นด้วย

 รมต. บอกว่ากระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย — รับทราบ แต่...

 ยังไม่ตอบว่า บริษัทที่ทำราคากลางแล้วชนะประมูลเองผิดกฎหมายหรือไม่

 ยังไม่ตอบว่า ล็อกสเปกจอดิจิทัลร้านสะดวกซื้อเอื้อผู้ชนะหรือไม่

 ยังไม่ตอบว่า รมต. กับ สดช. ให้เหตุผลที่มา 5 ล้านคนขัดแย้งกัน ใครพูดความจริง

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: ‘ไชยชนก’ โต้ ‘ภาวุธ’ TH-AI Passport ถูกกฎหมาย ลั่น ใครได้งานไม่สน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครสั่งเบรก? ‘พริษฐ์’ ร่อนหนังสือจี้ ป.ป.ช. ปมไม่ไต่สวนคดีศักดิ์สยาม
ใครสั่งเบรก? ‘พริษฐ์’ ร่อนหนังสือจี้ ป.ป.ช. ปมไม่ไต่สวนคดีศักดิ์สยาม