News Logo
หน้าแรก
โละเกณฑ์ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการพ่อแม่ ที่ลูกนำค่าเลี้ยงดูไปลดหย่อนภาษี

โละเกณฑ์ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการพ่อแม่ ที่ลูกนำค่าเลี้ยงดูไปลดหย่อนภาษี

11 มิ.ย. 2569 19:48
ผู้ชม 8 คน

บอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐมีมติงดใช้เกณฑ์ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการพ่อแม่ ที่ลูกนำค่าเลี้ยงดูไปลดหย่อนภาษี ส่วนเกณฑ์อื่นๆ รอข้อมูลการลงทะเบียนครบ เสนอ ครม.พิจารณาทีเดียว ยันเน้นช่วยกลุ่มตกหล่น

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ว่า นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมที่มี 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานว่า เรื่องเกณฑ์การหักค่าลดหย่อนภาษี ที่บุตร นำชื่อบิดามารดาไปลดหย่อนภาษี และอาจจะทำให้บิดามารดาเสียสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น คณะกรรมการมีมติไม่ใช้เกณฑ์นี้ในการลงทะเบียนครั้งนี้ ส่วนเรื่องการทบทวนหลักเกณฑ์ทั้งหมด จะรอการลงทะเบียนเสร็จสิ้นก่อน และจะนำข้อมูลทั้งหมดของทุกเกณฑ์มาพิจารณา แล้วก็จะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงยกเลิก เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วครั้งเดียวต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก่อนที่จะมีประกาศชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

นายวินิจกล่าวว่า เพราะฉะนั้นท่านที่มีความกังวลว่าจะต้องอุทธรณ์หรือไม่ อย่างไร ไม่ต้องกังวล เกณฑ์นี้ยืนยันว่าคณะกรรมการมีมติไม่มีการนำมาใช้ในครั้งนี้ ส่วนการปรับปรุงทั้งหมดทุกเกณฑ์จะดูความเหมาะสมในทุกๆ เกณฑ์ที่ทุกท่านมีความกังวล ด้วยข้อมูลให้รอบคอบแล้วก็มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขต่างๆ เพื่อให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจะยกเลิกเกณฑ์อะไรเป็นอำนาจของ ครม.

นายวินิจกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 11.28 ล้านคน ผ่านการตรวจสอบแล้ว 10.8 ล้านคน ทั้งนี้ ในคณะกรรมการเน้นการนำผู้เดือดร้อน ผู้มีความยากจน ลำบากอย่างแท้จริงให้เข้าสู่ระบบการดูแลของรัฐ ให้ได้รับบัตรสวัสดิการ ไม่ได้นำงบประมาณเป็นตัวตั้ง เน้นให้ได้ผู้ที่ลำบากอย่างแท้จริง แต่ในอดีตเราเปิดการลงทะเบียนเป็นการทั่วไป ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผู้ที่มีความลำบาก เป็นคนชายขอบ บางครั้ง ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง การปรับปรุงเกณฑ์กระบวนการในการลงทะเบียนในครั้งนี้ ถึงมีการตั้งต้นนับหนึ่ง คือท่านที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเดิมก็มายืนยันการขอรับสิทธิ ก็มีการดำเนินงานไปเป็นจำนวนมาก ต่างจากเดิม คือเดิมต้องมาติดต่อธนาคารเท่านั้น วันนี้มีแอพพลิเคชัน มีช่องทางต่างๆ

นายวินิจกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่มาลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิแล้วปรากฏว่ามี 400,000 รายที่ข้อมูลไม่ถูกต้อง แต่ส่วนใหญ่ เป็นการลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิผิดพลาดเล็กน้อย เช่น กรอกชื่อชื่ออย่างเดียว หรือมีข้อมูลตกหล่นที่ไม่ได้เป็นสาระสำคัญ แล้วเราสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใคร ซึ่งมีอยู่แล้ว เป็นการกรอกข้อมูลไม่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก ตรงนี้กรรมการก็มีมติว่า ถ้าสามารถระบุตัวตนได้ ก็จะแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องกับฐานข้อมูลต่อไป โดยที่ไม่ต้องมาแก้ไขหรือมาลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิใหม่

นายวินิจกล่าวว่า แต่มีการใส่ข้อมูลไม่ถูกต้องในสาระสำคัญ ประมาณ 200 รายจาก 400,000 ราย ก็จะประสานงานธนาคารกรุงไทย และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ลงไปพบทั้ง 200 รายว่าเกิดความผิดพลาดอย่างไร ก็จะมีการแก้ไขให้ ไม่ได้ต้องลำบากต้องมาธนาคารเอง จะให้ธนาคารกรุงไทยเป็นหน่วยงานหลักเข้าไปในพื้นที่ เข้าไปตาม 200 รายนั้น

นายวินิจกล่าวว่า กลุ่มต่อมาครับ เป็นกลุ่มที่ค้างอยู่ในบัญชีรายชื่อ ของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ปัญหาการลงทะเบียนที่ผ่านมา มีข้อทักท้วงมาตลอดว่า คนที่มาลงทะเบียน ก็มาได้ คนที่มาไม่ได้ก็มาไม่ได้ วันนี้เราทำงานเชิงรุก มีบัญชีตั้งต้น ที่มีการรวบรวมไว้ของกระทรวงมหาดไทย และ พม. อยู่แล้ว 1,047,520 ราย ดำเนินการพื้นที่ไปหาแเสร็จสิ้นแล้ว 721,677 ราย เหลืออีก 325,843 ราย กำลังไปหา เพื่อตรวจสอบ ให้ความช่วยเหลือนี่คือกลุ่มที่ 2

นายวินิจกล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่ 3 ไม่อยู่ในบัญชีเดิม เราเจอตอนนี้ 1,573,232 ราย ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือของกรุงเทพฯ ไปพบผู้ที่ยังตกหล่นอยู่จากบัญชีรายชื่อ และรับแจ้งจากท้องที่ ดังนั้นท่านที่อยู่ในฐานะที่ลำบากสามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้ รวม 2 กลุ่ม การดำเนินการที่จะมีคนเข้ามาเพิ่ม 2,294,909 ราย จะถูกนำมาเข้ากับเกณฑ์คัดกรอง

"การลงทะเบียนครั้งนี้ ไม่ได้เน้นเรื่องตัดออก แต่เน้นเรื่องการนำคนจนแท้จริงเข้าสู่ระบบ โดยเน้นทำงานเชิงรุก หลายคนบอกว่าถ้าไม่มีชื่ออยู่กับมหาดไทยหรือ พม. เดิม ก็ไม่มีโอกาสได้รับสิทธิ ต้องเรียนว่าท่านสามารถอยู่ในลิสต์กลุ่มที่สามได้ ก็เข้ากระบวนการที่ทั้งมหาดไทย กับ พม. คัดกรอง ส่งให้กระทรวงการคลังพิจารณา"นายวินิจกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรมแรงงาน' ค้างจ่ายเอกชน 394 ล้าน โครงการ e-Workpermit
'กรมแรงงาน' ค้างจ่ายเอกชน 394 ล้าน โครงการ e-Workpermit