News Logo
หน้าแรก
‘กขค.’พบการค้าไม่เป็นธรรมในแพลตฟอร์มดิจิทัล รับพิจารณา2คดีกักตุนน้ำมัน

‘กขค.’พบการค้าไม่เป็นธรรมในแพลตฟอร์มดิจิทัล รับพิจารณา2คดีกักตุนน้ำมัน

25 ก.ค. 2569 16:13
ผู้ชม 6 คน

‘กขค.’ จ่อคุมเข้มแพลตฟอร์มดิจิทัล มีพฤติกรรมการค้าไม่เป็นธรรม จำกัดทางเลือกการขนส่งสินค้า รวมถึงจองที่พักออนไลน์ เก็บค่าธรรมเนียมแพงเกิน พร้อมรับพิจารณา 2 คดีกักตุนน้ำมันส่อผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า

สำนักข่าว Next News รายงานว่า พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า(กขค.) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลและป้องปรามพฤติกรรมทางการค้าในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ร่วมกันพิจารณาแนวทางกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะในประเด็นที่กำลังเป็นปัญหากับผู้ประกอบธุรกิจที่ขายสินค้าในแพลตฟอร์ม เช่น การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดทางเลือกในการขนส่งสินค้า หรือการกำหนดค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม

พล.ต.ท.พิทยากล่าวว่า ด้านการติดตามปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นผลจากการกักตุนน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจในหลายพื้นที่ โดยระหว่างเดือนเมษายน - กรกฎาคม 2569 สำนักงาน กขค. ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรมศุลกากร สำนักงานพลังงานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งติดตามพฤติกรรมของผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในหลายจังหวัด ทำให้ได้ข้อมูลจนนำไปสู่มติ กขค. ที่รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี 2 เรื่อง ได้แก่ 1.กรณีการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินสมควรของคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกำหนดราคาขายสินค้าอย่างไม่เป็นธรรมและกีดกันการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า 2560 มาตรา 50 (1) และ/หรือมาตรา 57 (1) เป็นความผิดมีโทษทางอาญา

พล.ต.ท.พิทยากล่าวว่า 2.กรณีการระงับ ลด หรือจำกัดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวมของประเทศ กรณีผู้ค้าน้ำมัน จำกัดการจัดสรรน้ำมันให้แก่ผู้ค้าส่งน้ำมัน (Jobber) โดยอ้างเหตุผลว่าต้องสำรองน้ำมันไว้ให้สถานีบริการในเครือข่ายก่อน ขณะที่สถานีบริการในเครือข่ายก็ไม่ได้รับการจัดสรรน้ำมันเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ทำให้ผู้ค้าส่งและสถานีบริการอิสระในพื้นที่ต้องหันไปจัดหาน้ำมันจากโรงกลั่นเพียงแห่งเดียวที่ยังเปิดจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้นและต้องรอรับน้ำมันนานกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนเป็นวงกว้าง เข้าข่ายเป็นการกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม การระงับ ลด หรือจำกัดการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพื่อลดปริมาณสินค้าให้ต่ำกว่าความต้องการของตลาด และการกีดกันการประกอบธุรกิจของคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม อันอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า 2560 มาตรา 50 (2)(3) และมาตรา 57 (1)(2)(3) มีโทษทางอาญา

รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธาน กขค. รักษาการแทนประธาน กขค. กล่าวว่า กขค. เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนงานเชิงรุกเพื่อกำกับดูแลการแข่งขันใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1)แพลตฟอร์มดิจิทัล 2) ค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์น เทรด 3) บริการเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) และ 4) แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) โดยตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนวทางในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ รวมถึงตรวจสอบพฤติกรรมทางการค้าที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจดังกล่าวแล้ว ให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ พร้อมทั้งเสนอให้มีการปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติให้มีความชัดเจนและครอบคลุมรูปแบบพฤติกรรมทางการค้าที่มีพลวัต

รศ.สุธรรมกล่าวว่า ที่ผ่านมา กขค.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการดำเนินธุรกิจในพื้นที่หลายจังหวัด พบว่าผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือห้องพักในจังหวัดท่องเที่ยวประสบปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ OTA เช่น การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกะทันหัน และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป การห้ามตั้งราคาขายห้องพักต่ำกว่าราคาบนแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ เป็นต้น

รศ.สุธรรมกล่าวว่า สำหรับประเด็นการกำกับดูแลการรวมธุรกิจ กขค. จะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการตรวจสอบและติดตามผลหลังการรวมธุรกิจ จะนำแนวทางจากต่างประเทศที่เรียกว่า ระบบทรัสตี คือตัวกลางหรือบริษัทภายนอกมาเป็นผู้ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขภายหลังการรวมธุรกิจ รวมถึงผลกระทบต่อตลาดที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ

รศ.สุธรรมกล่าวว่า การขับเคลื่อนงานของ กขค. ครั้งนี้ เป็นสัญญาณสำคัญในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า จากเดิมที่เน้นทำงานเชิงรับ ไปสู่มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบ โดยไม่รอให้มีการร้องเรียนเข้ามาก่อน เน้นลงพื้นที่รับฟังปัญหาเชิงลึกจากผู้ประกอบธุรกิจ โดยมีเป้าหมายให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนภายใน 6 เดือน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมบัญชีกลางแจ้งหน่วยงานรัฐเตรียมแผนจัดซื้อ ก่อนงบฯปี 2570เข้าสภาวาระ2
กรมบัญชีกลางแจ้งหน่วยงานรัฐเตรียมแผนจัดซื้อ ก่อนงบฯปี 2570เข้าสภาวาระ2