News Logo
หน้าแรก
กรมพัฒน์ ออกเกณฑ์ใหม่เข้มจดทะเบียนกันต่างชาติใช้คนไทยนอมินี มีผล 1ส.ค.

กรมพัฒน์ ออกเกณฑ์ใหม่เข้มจดทะเบียนกันต่างชาติใช้คนไทยนอมินี มีผล 1ส.ค.

29 ก.ค. 2569 06:52
ผู้ชม 345 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกมาตรการใหม่! เข้มงวดจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน-บริษัทจำกัด ป้องกันคนต่างด้าวร่วมลงทุน ให้คนไทยเป็นนอมินี มีผล 1 ส.ค.

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่หลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม โดยคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือในการจดทะเบียน ป้องกันการปกปิดหรืออำพรางธุรกรรมการเงินในลักษณะนอมินี และเพิ่มความเข้มงวดในการรับจดทะเบียนให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล โดยได้ยกเลิกคำสั่งเดิม 2 ฉบับ และกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนต้องส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เช่น รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเงินลงทุน ทั้งกรณีจัดตั้งใหม่ที่คนต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 50% หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมที่ทำให้โครงสร้างการลงทุนของคนต่างด้าวเปลี่ยนแปลงไป โดยหลักเกณฑ์ใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็ม มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติม ห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ในห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด

เพื่อให้การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม ยกระดับความน่าเชื่อถือในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ป้องกันการปกปิดหรืออำพรางธุรกรรมทางการเงินที่ได้จากการกระทำความผิดในลักษณะนอมินี อันส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องกำหนดมาตรการป้องกันมิให้คนไทยกระทำการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มความเข้มงวดในการรับจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดอย่างเคร่งครัด จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงการกำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้ง และแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนามในห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 วรรคสาม แห่งกฎกระทรวงจัดตั้งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แต่งตั้งนายทะเบียน และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด พ.ศ. 2549 นายทะเบียนกลาง จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิก (1) คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2568 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนามในห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ลงวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568 (2) คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนกรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

ข้อ 2 ให้ผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียนเพิ่มเติม ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดมีผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าวลงหุ้นหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดไม่ถึงร้อยละ 50 ของเงินลงหุ้นหรือทุนจดทะเบียน (2) กรณีบริษัทจำกัดไม่มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น แต่คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามหรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท

ข้อ 3 ให้ผู้ขอจดทะเบียนตามข้อ 2 ส่งหนังสือชี้แจงการลงทุนกรณีจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดตามแบบแนบท้ายคำสั่ง พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ดังนี้ (1) รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่ธนาคารออกให้ ย้อนหลัง 3 เดือน นับแต่วันชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้น จากบัญชีที่ใช้ชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยแต่ละราย ซึ่งต้องปรากฏรายการถอนหรือโอนเงินสอดคล้องกับจำนวนเงินลงหุ้น หรือเงินค่าหุ้นและวันที่ชำระเงินดังกล่าว (2) รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่ธนาคารออกให้ จากบัญชีที่ใช้รับชำระเงินลงหุ้น หรือเงินค่าหุ้นของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการที่รับชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้น ซึ่งต้องปรากฏ รายการรับเงินสอดคล้องกับจำนวนเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นและวันที่รับชำระเงินดังกล่าว จากผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นทุกราย กรณีใช้บัญชีรับชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการ เป็นบัญชีที่แสดงการชำระเงินตามข้อ 3 (1) ให้ส่งรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่ธนาคารออกให้ ย้อนหลัง 3 เดือนนับแต่วันรับชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นด้วย

ข้อ 4 ให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมให้คนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหรือแก้ไขเพิ่มเติม ให้คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทจำกัด ส่งหนังสือยืนยันการลงทุนตามแบบแนบท้าย คำสั่งประกอบคำขอจดทะเบียน ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) กรณีจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนจากเดิมที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดมีสัญชาติไทย หรือที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นคนต่างด้าวลงหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละ 50 ของเงินลงหุ้น เมื่อมีการขอจดทะเบียน แก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วนแล้วมีผลทำให้มีคนต่างด้าวลงหุ้นรวมกันไม่ถึงร้อยละ 50 ของเงินลงหุ้น โดยไม่มีคนต่างด้าวเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

(2) กรณีจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัทจำกัดจากเดิมที่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน บริษัททั้งหมดมีสัญชาติไทย เมื่อมีการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการหรือแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน หรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทแล้วมีผลทำให้มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท

ข้อ 5 กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้เป็นต้นไป และได้ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ 4 ไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหนังสือชี้แจงการลงทุนกรณีจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดตามแบบแนบท้ายคำสั่งด้วย พร้อมกับแนบรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่ธนาคารออกให้จากบัญชีที่แสดงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทได้รับเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้น ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นที่ต้องรับชำระทั้งหมดจากการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด หรือบัญชีที่หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการใช้รับชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้น ซึ่งต้องปรากฏรายการรับเงินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 3 (2)

ข้อ 6 บรรดาคำขอจดทะเบียนซึ่งได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับให้เป็นไปตามคำสั่งที่ใช้บังคับขณะยื่นคำขอจดทะเบียนนั้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ลงนามโดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะนายทะเบียนกลาง (ดูเอกสารได้ที่ข้างล่าง)

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กวาดล้างนอมินี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘3 พยาน’ กลับคำให้การ จุดตาย ‘คดีโกง สว’ ‘ส้ม’ โดดเดี่ยวโค่น ‘น้ำเงิน’
‘3 พยาน’ กลับคำให้การ จุดตาย ‘คดีโกง สว’ ‘ส้ม’ โดดเดี่ยวโค่น ‘น้ำเงิน’