News Logo
หน้าแรก
‘ธปท.’เผยสินเชื่อแบงก์ไตรมาสสอง โต 2% แต่เงินกู้‘เอสเอ็มอี’หดตัว4ปีติด

‘ธปท.’เผยสินเชื่อแบงก์ไตรมาสสอง โต 2% แต่เงินกู้‘เอสเอ็มอี’หดตัว4ปีติด

18 ส.ค. 2569 17:39
ผู้ชม 8 คน

แบงก์ชาติเผยข้อมูลสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/69 ยังโต 2% แต่สวนทางเงินให้ ‘เอสเอ็มอี’ กู้ยืมหดตัว 4 ปีติด  จับตา สินเชื่อ Stage 2 ไหลเป็นหนี้เสียเพิ่ม

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569  นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงถึงภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง  สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 จากระยะเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น

 นายสุโชติกล่าวว่า ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่อง โดยสินเชื่อ SMEs -4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการติดลบต่อเนื่อง 16 ไตรมาส หรือ 4 ปี ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านคุณภาพสินเชื่อ NPL (Stage 3 ) ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท จากการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้เป็นสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.82 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่อยู่ประมาณ 2.85% ซึ่งเป็นช่วงต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับสินเชื่อ Stage 2  ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 6.78 ส่วนหนึ่งจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็น NPL เพิ่มขึ้น ขณะที่มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิด NPL ใหม่

 นายสุโชติกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงาน กำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน จากกำไรที่มาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงินและค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลง หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้กันสำรองไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า และมีการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง

 “ในระยะต่อไป สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ SMEs ที่เปราะบางอยู่เดิม และภาคครัวเรือนที่เผชิญกับความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงควรติดตามแนวโน้มคุณภาพสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ มาตรการการลดภาระหนี้ของทางการและการสนับสนุนสภาพคล่องจากสถาบันการเงินที่ต่อเนื่อง คาดว่าจะมีส่วนช่วยประคับประคองภาคธุรกิจและครัวเรือนในระยะต่อไป”นายสุโชติกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลแจงปมเงิน 3.6 หมื่นล้าน มีภาระผูกพัน รอส่งคลัง-คืนคู่ความ
ศาลแจงปมเงิน 3.6 หมื่นล้าน มีภาระผูกพัน รอส่งคลัง-คืนคู่ความ