ครม.ไฟเขียวพิธีสารเปิดเสรีบริการการเงินอาเซียน ฉบับที่ 9 เปิดทางธุรกิจการเงินเพิ่มโอกาสเอกชนไทยขยายตลาด ยันไม่กระทบธุรกิจในประเทศ พร้อมรองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD เตรียมเสนอรัฐสภาให้ควาามเห็นชอบ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2509 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบการให้สัตยาบันพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน หรือ ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS พร้อมตารางข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 เพื่อเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ก่อนดำเนินการให้มีผลผูกพันต่อประเทศไทยต่อไป
นางสาวลลิดากล่าวว่า สาระสำคัญของพิธีสารดังกล่าว มุ่งขยายความร่วมมือด้านการค้าบริการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยลดหรือยกเลิกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าบริการภายใต้กรอบอาเซียน และสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการธนาคารและบริการทางการเงิน
นางสาวลลิดากล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ตารางข้อผูกพันฉบับนี้มีการปรับปรุงในสาขาการธนาคาร โดยเฉพาะบริการชำระเงินและการส่งเงิน สำหรับธุรกิจตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ หรือ Cross-border Money Transfer Services โดยกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดร้อยละ 49 ขณะที่กฎหมายไทยในปัจจุบันอนุญาตให้ถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดถึงร้อยละ 75 จึงไม่ทำให้ประเทศไทยต้องเปิดเสรีเพิ่มเติมจากที่กฎหมายภายในอนุญาตอยู่ และไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นางสาวลลิดากล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ การเข้าร่วมพิธีสารครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ไทยต้องลดระดับการกำกับดูแลภาคการเงิน แต่เป็นการใช้กรอบอาเซียนเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจบริการทางการเงิน สามารถขยายการค้าและการลงทุนไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้สะดวกขึ้น ภายใต้กติกาที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานร่วมกัน พิธีสารดังกล่าวมีการลงนามโดยประเทศไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2565 และเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามครบถ้วน โดยประเทศสมาชิกจะต้องดำเนินกระบวนการภายในของแต่ละประเทศเพื่อให้สัตยาบันหรือยอมรับพิธีสาร ก่อนให้สิทธิและพันธกรณีมีผลผูกพัน
นางสาวลลิดากล่าวว่า สำหรับประเทศไทย เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการจัดทำสัตยาบันสารและส่งมอบแก่สำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อแสดงเจตนาให้ประเทศไทยมีผลผูกพันตามพิธีสารต่อไป
"ความตกลงดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางของ OECD ในการลดข้อจำกัดต่อการให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศและส่งเสริมการเข้าถึงตลาดของผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนความคืบหน้าของประเทศไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD" นางสาวลลิดากล่าวและว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจการเงินของไทยเข้าถึงตลาดอาเซียนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงรักษาระดับการกำกับดูแลและเงื่อนไขตามกฎหมายภายในของไทยไว้ ไม่ได้เป็นการเปิดเสรีเกินกว่าที่ประเทศไทยอนุญาตอยู่ในปัจจุบัน




