News Logo
หน้าแรก
ครม.เคาะตั้ง8เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่อีอีซี ดึงต่างชาติลงทุน

ครม.เคาะตั้ง8เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่อีอีซี ดึงต่างชาติลงทุน

6 ต.ค. 2569 17:02
ผู้ชม 4 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ครม.เคาะจัดตั้ง 8 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่อีอีซี จูงใจต่างชาติลงทุนกระจายรายได้-เพิ่มจ้างงานของคนในพื้นที่
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติรับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (เขตส่งเสริมฯ) จำนวน 8 แห่ง ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เสนอ ดังนี้ 
(1) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี 2
(2) สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2
(3) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (บางปะกง) กลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟไทยยั่งยืน
(4) นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
(5) นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จังหวัดระยอง 
(6) ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและสุขภาพครบวงจรไลฟ์สเฟียร์ (พัทยา)
(7) สถานีแอลเอ็นจีมาบตาพุด แห่งที่ 2
(8) สมาร์ท โลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา)

นางสาวพลอยทะเลกล่าวว่า การประกาศเขตส่งเสริมฯ จะก่อให้เกิดประโยชน์สรุปได้ ดังนี้
   1.ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้าร่วมลงทุนในพื้นที่เขตส่งเสริมฯ โดยสามารถขอรับสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การอนุมัติ อนุญาต ตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561
   2.ส่งเสริมการขยายขนาดเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ ส่งเสริมการจ้างงานของคนในชุมชน
   3.ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทั้งในและนอกพื้นที่โครงการฯ เช่น ถนน ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น เนื่องจากการขยายตัวของเขตอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง
   4.โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ได้มีการพัฒนานอกจากจะเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุนภายในพื้นที่ EEC แล้ว ยังช่วยให้ชุมชนและเมืองเกิดการพัฒนา ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
   5.ประเทศไทยและชุมชนมีความมั่นคงด้านการเกษตรและอาหาร โดยบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรและเพิ่มการผลิตเกษตรแบบบูรณาการ โดยเน้นให้เกิดความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศและทางเกษตรมูลค่าเพิ่ม
   6.ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่เป็นพลังงานสะอาด ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เมื่อเทียบกับการใช้เชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน น้ำมันเตา เป็นต้น
   7.เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจากการบริหารจัดการที่ชาญฉลาดลดการสูญเสียในกระบวนการโลจิสติกส์แบบอัจฉริยะ (Smart Logistics) เช่น การขนส่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ การเก็บสินค้าเกินความจำเป็น หรือการเสียหายของสินค้า ซึ่งช่วยประหยัดทรัพยากรของประเทศโดยรวม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์'รับข้อเสนอหอการค้าฯสั่งเร่งแก้ปัญหาแอร์คาร์โก้แออัด
'พิพัฒน์'รับข้อเสนอหอการค้าฯสั่งเร่งแก้ปัญหาแอร์คาร์โก้แออัด