'ศุภจี'บุกรง.โตโยต้า-ไทย อกริ ฟู้ดส์ ช่วยรับมือน้ำท่วม เร่งประสานงานให้ห่วงโซ่การผลิตต่อเนื่อง ลดผลกระทบส่งออก หนุนเอกชนจัดแผนสู้สถานการณ์ฉุกเฉิน
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่โรงงานประกอบชิ้นส่วนโตโยต้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคการผลิตและการส่งออก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลภาคเศรษฐกิจควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ระบบการผลิต การขนส่ง การค้า และการส่งออกสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง
นางศุภจีกล่าวว่า หากโรงงานหรือผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบ อาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงการผลิต การจ้างงาน การขนส่ง และการส่งออก การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เพียงสินค้าจะไม่ขาดแคลน ต้นทางการผลิตต้องเดินต่อได้ ผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกต้องเกิดขึ้นน้อยที่สุด
นางศุจีกล่าวว่า สำหรับโตโยต้า โรงงานทั้ง 3 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ตามปกติ จึงกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามทั้งระบบว่า มีโรงงานหรือซัพพลายเออร์จุดใดได้รับผลกระทบ มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนใดที่อาจกลายเป็นคอขวด และภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยประสานหรือแก้ข้อจำกัดในจุดใดได้บ้าง เพื่อให้การผลิตกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด
“เรามาดูที่โตโยต้า เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้มีเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์ แต่มีผู้ผลิตและซัพพลายเออร์เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งหยุด ผลกระทบอาจต่อเนื่องไปทั้งระบบ เราจึงต้องรู้ให้เร็วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และเข้าไปช่วยประสานแก้ไข”นางศุภจีกล่าว
นางศุภจีกล่าวว่า สำหรับระยะสั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อตรวจสอบปัญหาของซัพพลายเออร์ที่ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ รวมทั้งประสานนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่อื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา โดยจะไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงงาน การขนส่ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นางศุภจีกล่าวว่า ส่วนแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย ได้แก่ การขอให้ภาครัฐพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่จำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และพิจารณาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรและโรงงาน เพื่อให้กลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ จะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ต่อมา นางศุภจี และคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากอุทกภัย ที่บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร อาทิ พริกแกง กะทิ น้ำจิ้ม และซอส

1007
นางศุภจีกล่าวว่า ต้องการติดตามสถานการณ์จริงของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าภาคการผลิตและการส่งออกของไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานและมีตลาดส่งออก ซึ่งจำเป็นต้องรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการส่งมอบสินค้าให้กับคู่ค้า
นางศุภจีกล่าวว่า สำหรับบริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ฯ แม้พื้นที่โดยรอบโรงงานจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่ตัวโรงงานไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง และบริษัทมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์และมาตรการดูแลพนักงานและกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ ถือเป็นตัวอย่างของการเตรียมความพร้อมที่ดี
นางศุภจีกล่าวว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมควรยกระดับการบริหารความเสี่ยง โดยจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และต้องซักซ้อมให้สามารถรับมือกับสถานการณ์จริงได้
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมประสานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกรณีที่สถานการณ์มีการยกระดับและอาจกระทบต่อการผลิตหรือการส่งออก โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สามารถประสานและสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ซื้อ รวมทั้งช่วยเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยในกรณีที่เกิดผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้า หากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางเรือ รถไฟ รถยนต์ หรือทางอากาศ ผู้ประกอบการสามารถประสานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการส่งออก ขณะที่กรมการค้าภายในจะเข้ามาดูแลเรื่องวัตถุดิบและการบริหารจัดการสินค้า โดยประสานการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีศักยภาพ
“มารับโจทย์จากผู้ประกอบการ เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า หากสถานการณ์มีการยกระดับ ผู้ประกอบการไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ภาครัฐพร้อมประสานและอำนวยความสะดวก ทั้งด้านตลาด การขนส่ง วัตถุดิบ และการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ผลิตของไทยสามารถเดินหน้าการผลิตและการส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง”นางศุภจีกล่าว




