กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ใน 2 สัปดาห์ ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าทั้งคันที่ไม่มีชิ้นส่วนผลิตในไทย จากปัจจุบันราว 10% เป็นไม่ต่ำกว่า 30% คาดมีผล 1 ม.ค.70
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาใน 2 สัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการขึ้นภาษีเฉพาะรถยนต์อีวีที่นำเข้ามาทั้งคัน ไม่มีชิ้นส่วนที่ผลิตจากในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันไทยเก็บภาษีรถยนต์ส่วนนี้ที่ประมาณ 10% จะเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 30% เพื่อต้องการปกป้องค่ายรถยนต์เดิมที่ลงทุนสร้างโรงงานและการผลิตในไทยอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องการให้ค่ายรถยนต์ที่ยังใช้วิธีนำเข้าต้องเร่งเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยเพิ่มเติม โดยคาดว่าภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ที่นำเข้า เร่งตั้งโรงงานผลิตในประเทศรวมถึงปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความคืบหน้าล่าสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้พิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อผลิตรถปิกอัพไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในรุ่น New Hilux ที่โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เงินลงทุน 1,490 ล้านบาท มีกำลังผลิต 3,000 คันต่อปี คาดว่าจะเริ่มสายการผลิตใหม่ในเดือนธันวาคม 2570 โดยในระยะแรก เป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั้งหมด โดยเฉพาะยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ทั้งนี้ โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรายใหญ่ที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยยาวนานถึง 64 ปี และได้ขยายการลงทุนเพื่อยกระดับฐานการผลิตให้รองรับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง มูลค่าเงินลงทุนสะสมกว่า 2 แสนล้านบาท มีโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่งในไทย (สำโรง เกตเวย์ และบ้านโพธิ์) ด้วยกำลังผลิตกว่า 770,000 คันต่อปี มีการจ้างงานพนักงานโดยตรงกว่า 13,000 คน โดยปัจจุบันโตโยต้าในประเทศไทย ถือเป็นฐานการผลิตใหญ่อันดับ 4 ของโลก รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีนเท่านั้น โดยใช้ไทยเป็นฐานการส่งออกรถยนต์ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
โครงการลงทุนผลิต FCEV ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ Multi-pathway ที่มุ่งสู่การลดคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีพลังงานที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด นายนฤตม์กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ โตโยต้าจะใช้โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฐานผลิตรถปิกอัพ FCEV โดยต่อยอดจากสายการผลิตรถปิกอัพ Hilux เดิม พร้อมปรับปรุงกระบวนการผลิตและลงทุนเพิ่มในสถานีงานสำหรับประกอบชิ้นส่วนสำคัญของระบบขับเคลื่อน FCEV เช่น ถังเก็บไฮโดรเจน (Fuel Tank) เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) แบตเตอรี่ (Battery Pack) มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดควบคุมพลังงาน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนติดตั้งสถานีเติมไฮโดรเจนภายในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตและทดสอบรถยนต์ FCEV




