News Logo
หน้าแรก
'วราวุธ'สั่งปูพรมลุยตรวจ3,049โรงงาน สกัดกากพิษ-ปกป้องชุมชน

'วราวุธ'สั่งปูพรมลุยตรวจ3,049โรงงาน สกัดกากพิษ-ปกป้องชุมชน

1 พ.ย. 2569 17:26
ผู้ชม 44 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

'วราวุธ'คิดออฟปฏิบัติการตรวจเข้มโรงงาน 3,049 แห่ง สกัดกากอุตสาหกรรม ย้ำชุมชนต้องปลอดภัย  ประเดิมลุยพื้นที่เสี่ยง พบผิดดำเนินการเด็ดขาด  ลั่นอุตสาหกรรมตเติบโตโดยไม่ผลักความเสี่ยงให้ประชาชน 

สำนักข่าว Next News  รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 โดยมีนายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารฝ่ายการเมืองและข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วม ก่อนปล่อยขบวนรถออกปฏิบัติภารกิจตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย

นายวราวุธกล่าวว่า ความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่อาจวัดจากมูลค่าการลงทุน จำนวนโรงงาน หรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนปลอดภัยหรือไม่ ชุมชนได้รับผลกระทบอย่างไร และทรัพยากรธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลเพียงใด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องทำหน้าที่ทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจและปกป้องประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

“การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ โดยไม่ผลักภาระความเสี่ยงและความเสียหายไปให้ประชาชนและสังคม”นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธกล่าวว่า แม้กิจการคัดแยก จัดการ และนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์จะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐาน หากมีการลักลอบทิ้ง ฝังกลบ หรือจัดการของเสียอันตรายไม่ถูกต้อง หน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งดำเนินการ เพราะความเสียหายอาจกระทบทั้งสุขภาพประชาชน ดิน น้ำ อากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ ตนจึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการประกอบกิจการ การรับและส่งต่อของเสีย สถานที่จัดเก็บกากอุตสาหกรรม ไปจนถึงระบบป้องกันและบำบัดมลพิษ หากพบเหตุที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ต้องใช้อำนาจตามหน้าที่โดยไม่ล่าช้า พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมและแก้ไขปัญหาทันที

“กฎหมายต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ หากพบการกระทำความผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ” นายวราวุธ กล่าว และว่า การสั่งแก้ไข ระงับการกระทำ หยุดประกอบกิจการ หรือดำเนินคดี ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการถูกต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ผู้ฝ่าฝืนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

นายวราวุธกล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย 3,049 แห่ง ให้จัดลำดับตามความเสี่ยง โดยเร่งตรวจโรงงานที่มีข้อร้องเรียน มีประวัติฝ่าฝืนคำสั่ง หรือมีข้อมูลผิดปกติก่อน พร้อมย้ำว่าภารกิจต้องไม่จบเพียงการลงพื้นที่ให้ครบตามแผน หากพบข้อบกพร่องต้องติดตามจนแก้ไขจริง และหากพบความผิดต้องดำเนินการต่อเนื่องตามกระบวนการกฎหมาย

นายวราวุธกล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวมี นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมการทำงานระหว่างนโยบายของรัฐมนตรีกับการปฏิบัติของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะการประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้ข้อมูล บุคลากร และเครื่องมือร่วมกัน ตลอดจนติดตามปัญหาอุปสรรคเพื่อให้การตรวจสอบเดินหน้าตามกรอบเวลา

นายวราวุธกล่าวว่า ทุกหน่วยงานต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกส่วนหรือปล่อยให้ปัญหาค้างอยู่เพราะข้อจำกัดในการประสานงาน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต รอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการกำกับโรงงานยึดกฎหมายและข้อเท็จจริงเป็นหลัก

นายวราวุธกล่าวว่า สำหรับกรอบดำเนินงาน กำหนดให้ตรวจสอบพื้นที่กลุ่ม A ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกลุ่ม B ได้แก่ สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ส่วนพื้นที่กลุ่ม C ซึ่งครอบคลุมจังหวัดที่เหลือและกรุงเทพมหานคร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมรายงานความก้าวหน้าและผลดำเนินงาน หากพบข้อจำกัดต้องเร่งเสนอทางแก้ไขโดยไม่ปล่อยให้ล่าช้า

“เราต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่เพียงสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ แต่ยังเป็นหน่วยงานที่พร้อมปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ดูแลสิ่งแวดล้อม และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง”นายวราวุธกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลจำคุก ‘อานนท์-พวก’ 2 ปี 8 เดือน  คดี ม.112 ม็อบหน้า SCB ปี 63
ศาลจำคุก ‘อานนท์-พวก’ 2 ปี 8 เดือน คดี ม.112 ม็อบหน้า SCB ปี 63