ครม.อนุมัติรถไฟฟ้าค่าโดยสารร่วม เริ่มต้น 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เปลี่ยนสายไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ครอบคลุมทุกสายใน กทม.-ปริมณฑล เริ่ม 1 ม.ค. 70
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและรับทราบตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ดังนี้
1. อนุมัติการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (มาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมฯ) โดยมีค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ระยะเวลาดำเนินมาตรการระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2570 ตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน (คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายฯ) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 21ตุลาคม 2569 โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง [กรมการขนส่งทางราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กทม. และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทย)] เร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ต่อไป
2. รับทราบการประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมฯระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2570 กรอบวงเงิน 5,807 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินชดเชยค่าโดยสารวงเงิน 5,785 ล้านบาท และเงินค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนให้ประชาชนต่อรายการธุรกรรม (Transaction) วงเงิน 22 ล้านบาท โดยให้ สนข. เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่ออุดหนุนประชาชนตามมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมฯ และเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารการจ่ายเงินอุดหนุนตามที่เกิดขึ้นจริงต่อไป
3. มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ (รฟม. และ กทม.) รวบรวมข้อมูลปริมาณการเดินทางและรายได้จริงจากมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมฯ รวมทั้งทำการประเมินปริมาณผู้โดยสารส่วนเพิ่ม (Induced Demand) เมื่อดำเนินมาตรการดังกล่าวแล้ว เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเจรจาส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสาร เพื่อให้ได้สัดส่วนการแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการ (Operator) คืนให้กับภาครัฐในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม และรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป




